ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มชุมชนต่าง ๆ ที่ต่อต้านโครงการศูนย์ข้อมูล (Datacenter) ทั่วประเทศสหรัฐฯ ท่ามกลางกระแสต่อต้านที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทรัมป์เตือนว่า “พื้นที่ใดที่ปฏิเสธโครงการเหล่านี้ เสี่ยงที่จะกลายเป็นชุมชนที่ ‘ล้าหลังและยากจน’”
ประธานาธิบดีทรัมป์เตือนว่า “ชาวอเมริกันจะต้องโทษตัวเองเท่านั้น หากโครงการเหล่านี้ถูกยกเลิกไป” ในขณะที่ประเด็นขัดแย้งเกี่ยวกับแผนการสร้างศูนย์ข้อมูลในท้องถิ่นยังคงเป็นกระแสร้อนแรงในเวทีหาเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศ ก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้
กระแสการคัดค้านการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลจากทั้งสองพรรคใหญ่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทั่วสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐที่มีที่ดินกว้างขวาง มีค่าไฟฟ้าต่ำ และมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างคุ้มค่า เนื่องจากชุมชนในท้องถิ่นต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ค่าสาธารณูปโภคที่พุ่งสูงขึ้น และมลพิษทางเสียง
จากผลสำรวจล่าสุดพบว่า :
- ประชาชนชาวอเมริกันถึง 3 ใน 4 กล่าวว่าพวกเขาจะ ‘คัดค้าน’ หากมีการสร้างศูนย์ข้อมูลขึ้นใกล้กับบ้านของตนเอง
- ในขณะที่ชาวอเมริกันมากกว่า 6 ใน 10 ระบุว่าพวกเขาจะ ‘คัดค้าน’ ข้อเสนอดังกล่าวอย่างรุนแรง
“เหตุผลเดียวที่ชุมชนต่าง ๆ ทั่วอเมริกาจะไม่ต้องการศูนย์ข้อมูล คือการที่พวกเขาอยากจะกลายเป็นพวกที่ล้าหลังและยากจนเท่านั้น หากพวกเขาต้องการประสบความสำเร็จและร่ำรวย อยากลดภาษี และอยากให้มีงานทำล้นหลาม ก็ต้องเปิดทางให้อุตสาหกรรมข้อมูลเติบโต”
— ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) ที่ผ่านมา
“ข่าวดีก็คือ ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ต้องการโครงการเหล่านี้ และถ้าเราทำลายโอกาสทำเงินมหาศาลนี้ไป พวกคุณก็ต้องโทษตัวเองเท่านั้น ตอนนี้จีนกำลังดีใจสุด ๆ กับกระแสต่อต้านศูนย์ข้อมูลในอเมริกา เอาเข้าจริง พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเรากำลังทำลายตัวเองแบบนี้!” ทรัมป์โพสต์ข้อความ
ทางด้าน เจ.ดี. แวนซ์ ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อแถลงการณ์ของทรัมป์ว่า “ศูนย์ข้อมูลถือเป็น ‘ส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ AI’...เวลาที่ผู้คนสร้างศูนย์ข้อมูล พวกเขาจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าควบคู่ไปด้วย ผมคิดว่ากระแสต่อต้านศูนย์ข้อมูลกว่า 99% นั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ที่การสร้างศูนย์ข้อมูลส่งผลให้ค่าสาธารณูปโภคและค่าไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่พุ่งสูงขึ้น”
“ผมคิดว่าบริษัทเทคโนโลยีควรใช้ประโยชน์จากมาตรการผ่อนปรนกฎระเบียบของรัฐบาลเรา ถ้าจะสร้างศูนย์ข้อมูล ก็ควรจะช่วยผลิตไฟฟ้าป้อนกลับเข้าสู่ระบบด้วย ไม่ใช่เอาแต่มาแย่งไฟไปใช้ หากทำแบบนั้นได้ โครงการก็คงไม่ถูกต่อต้านรุนแรง ปัญหาจริง ๆ มันอยู่ตรงที่โครงการเหล่านี้ทำให้ค่าไฟของชาวบ้านแพงขึ้นต่างหาก”
— แวนซ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม โพสต์ของทรัมป์ใน Truth Social ถูกตีกลับด้วยความกังวลจากผู้สนับสนุนของเขาเอง โดยมีผู้ใช้งานรายหนึ่งเตือนสติว่า “ท่านประธานาธิบดีครับ ช่วยคิดถึงเรื่องที่ดินทำกินกับเรื่องน้ำด้วย คนฉลาดแบบท่านน่าจะเห็นว่าการปักธงหนุนศูนย์ข้อมูลแบบไม่ลืมหูลืมตาคือนโยบายที่ผิดพลาด รวย แต่ไม่มีน้ำไม่มีอาหารกิน จะมีประโยชน์อะไร?”
กระแสการต่อต้านศูนย์ข้อมูลกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มวิจัย ‘Data Center Watch’ เปิดเผยว่า “เพียงแค่ช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 กลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาชนสามารถสกัดกั้นหรือชะลอโครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลไปได้แล้วอย่างน้อย 75 โครงการ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท)”
เมืองเล็ก ๆ อย่างมอนเทอเรย์พาร์ก ทางตะวันออกของลอสแอนเจลิส คือหนึ่งในชุมชนท้องถิ่นที่ลุกขึ้นมาต่อต้านศูนย์ข้อมูลได้สำเร็จ เช่นเดียวกับที่เคาน์ตีพริ้นซ์วิลเลียมในรัฐเวอร์จิเนีย และเคาน์ตีเวกในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่สามารถหยุดยั้งโครงการในพื้นที่ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ กลุ่มคนทำงานด้านสิ่งแวดล้อมยังเริ่มเคลื่อนไหวอย่างหนัก โดยเมื่อปีที่ผ่านมา แนวร่วมองค์กรสิ่งแวดล้อมกว่า 230 แห่งได้ยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสเพื่อขอให้ยุติการสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่เป็นการชั่วคราว เนื่องจากโครงการเหล่านี้กำลังซ้ำเติมวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว และทำให้บิลค่าไฟของชาวบ้านแพงขึ้น
(Photo by Brendan SMIALOWSKI / AFP)





