ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้กระทรวงกลาโหม หรือที่ทรัมป์เพิ่งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น กระทรวงสงคราม เริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในระดับที่เท่ากับจีนและรัสเซีย
ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “เพราะประเทศอื่นทดสอบ ผมจึงออกคำสั่งให้กระทรวงสงครามเริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเราอย่างเท่าเทียมกัน โดยกระบวนการนี้จะเริ่มทันที”
โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่ถึงชั่วโมงก่อนที่ทรัมป์จะพบปะกับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนที่เกาหลีใต้ตอนเช้าวันนี้ เพื่อหารือแก้ปัญหาสงครามการค้า นับเป็นการพบกันครั้งแรกของสองผู้นำนับตั้งแต่ปี 2019
นอกจากนี้ ยังโพสต์หลังจากประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัสเซียประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธร่อน Burevestnik ที่สามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ได้ โดยที่ เซอร์เกย์ รยาบคอฟ ที่ปรึกษาใกล้ชิดปูตินเผยว่า รัสเซียไม่ได้แจ้งสหรับฯ ล่วงหน้าว่าจะทดสอบขีปนาวุธดังกล่าว
การทดสอบขีปนาวุธร่อน Burevestnik ของรัสเซียนั้นน่าจับตา เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางท่าทีที่เครมลินกำลังแสดงท่าทีทางนิวเคลียร์ที่เข้มข้นขึ้น และการหยุดชะงักของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซียเกี่ยวกับสงครามในยูเครน
เมื่อวันพุธ (29 ต.ค.) ปูตินกล่าวว่า รัสเซียยังได้ทดสอบซูเปอร์ตอร์ปิโดพลังงานนิวเคลียร์โพไซดอน ซึ่งนักวิเคราะห์ทางทหารระบุว่า สามารถทำลายล้างพื้นที่ชายฝั่งได้โดยการกระตุ้นให้เกิดคลื่นกัมมันตภาพรังสีในมหาสมุทรขนาดใหญ่
ทรัมป์ยังอ้างอย่างผิดๆ ในโพสต์ Truth Social ว่า สหรัฐฯ มีอาวุธนิวเคลียร์มากกว่าประเทศอื่นๆ แต่ตามรายงานของ International Campaign to Abolish Nuclear Weapons ระบุว่า ปัจจุบันรัสเซียมีอาวุธนิวเคลียร์ที่ได้รับการยืนยันมากที่สุด โดยมีหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 5,500 หัว ขณะที่สหรัฐฯ มีอาวุธนิวเคลียร์ 5,044 หัว
ทั้งนี้ การทดสอบนิวเคลียร์ครั้งสุดท้ายของสหรัฐฯ ซึ่งมีรหัสว่า “Divider” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 1992 ณ สถานที่ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าศูนย์ความมั่นคงแห่งชาติเนวาดา ประธานาธิบดี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ในขณะนั้นได้ประกาศระงับการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินในปีเดียวกันนั้น อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงสามารถกลับมาดำเนินการทดสอบที่ศูนย์ความมั่นคงแห่งชาติเนวาดาได้
Photo by JIM WATSON / AFP





