ทรัมป์พร้อมพบผู้นำสูงสุดอิหร่านแต่ก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์

4 มิ.ย. 2569 - 10:37

  • ทรัมป์อ้างว่า กำลัง “เข้ากันได้ดีทีเดียว” กับผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แม้ว่าการเจรจาสันติภาพจะติดขัดก็ตาม

  • มุจตาบา คาเมเนอี ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

  • ท่าทีที่เปลี่ยนไปของทรัมป์ต่อ มุจตาบา คาเมเนอี นั้นน่าจับตา

ทรัมป์พร้อมพบผู้นำสูงสุดอิหร่านแต่ก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์รายการ “Pod Force One” ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธว่า เขาคาดว่าจะได้พบกับ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และว่า ผู้นำทั้งสองกำลัง “เข้ากันได้ดีทีเดียว” แม้ว่าการเจรจาสันติภาพจะติดขัดก็ตาม

มุจตาบา วัย 56 ปี ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างไม่คาดคิดของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมีรายงานว่า ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บและ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขา อดีตผู้นำสูงสุด และสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวเสียชีวิต

“เขามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ใช่ ผมคิดว่าพวกเขามีความเคารพต่อเขามาก” ทรัมป์กล่าวถึงคาเมเนอี ซึ่งการเก็บตัวของเขาส่งผลให้การเจรจาสันติภาพยืดเยื้อออกไป เนื่องจากกระบวนการส่งเอกสารที่ใช้เวลานานหลายวัน

“ผมยังไม่มีโอกาสได้พบกับเขา…ถ้าคุณเชื่อเรื่องราวต่างๆ เขาได้รับบาดเจ็บหลายที่” ทรัมป์เผยกับ มิแรนดา เดไวน์ จาก The Washington Post

“พวกเขาบอกว่าเขา (คาเมเนอี) ให้การอนุมัติ เพราะมันเป็นแบบนั้นมานานมากแล้ว พ่อของเขาแล้วก็ตัวเขาเอง ผมเดาว่ามันเป็นการสืบทอดตำแหน่ง แต่ดูเหมือนว่าเราจะเข้ากันได้ดีทีเดียว”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการพบปะกันที่อาจเกิดขึ้น ทรัมป์บอกกับเดไวน์ว่า “ใช่ ผมอยากพบเขา ผมอยากพบทุกคน ผมอยากพบเขา และเราอาจจะได้พบกันในสักวันหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าทุกอย่างจะราบรื่นแค่ไหน”

ท่าทีที่เปลี่ยนไปของทรัมป์ต่อ มุจตาบา คาเมเนอี นั้นน่าสังเกต

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยดูถูกเขาว่าเป็น “คนไร้ความสามารถ” และเป็นตัวเลือกที่ “ยอมรับไม่ได้” ในการบริหารอิหร่าน

ทรัมป์เปิดกว้างกับการติดต่อแบบตัวต่อตัวกับศัตรูของอเมริกาในรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามแบบแผน โดยให้เหตุผลว่า วิธีการที่แหวกแนวนี้สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ประเทศปลอดภัยยิ่งขึ้น

ในระหว่างดำรงตำแหน่งวาระแรก ทรัมป์ได้แลกเปลี่ยนสิ่งที่เขาเรียกว่า “จดหมายรัก” กับ คิมจองอึน ผู้นำเผด็จการเกาหลีเหนือที่มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเขาได้พบกัน 3 ครั้ง เพื่อลดความตึงเครียดด้านการข่มขู่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ในช่วงวาระแรก ทรัมป์ยังวางแผนที่จะเชิญกลุ่มตาลีบันมาเจรจาสันติภาพที่แคมป์เดวิด แต่แผนดังกล่าวก็ถูกยกเลิกไป

Photo by BRENDAN SMIALOWSKI / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์