ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) ว่า เขากำลังวางแผนที่จะเจรจากับอิหร่าน “ผมได้พูดคุยกับอิหร่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และผมกำลังวางแผนที่จะเจรจา” พร้อมย้ำว่า “เรือขนาดใหญ่และทรงพลังจำนวนมากกำลังแล่นไปยังอิหร่านในขณะนี้...คงจะดีมากหากเราไม่ต้องใช้เรือเหล่านั้น” ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่า ‘เขาส่งข้อความอะไรถึงอิหร่าน’ ทรัมป์ก็ตอบว่า “ผมบอกพวกเขาไปว่าต้องปฏิบัติตาม ‘2 ข้อ’ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหาร ข้อแรกคือ ‘ห้ามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์’ และข้อสองคือ ‘หยุดสังหารผู้ประท้วง’”
“ทรัมป์กำลังพิจารณาทางเลือกหลายทางสำหรับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน...ซึ่งทางเลือกเหล่านั้นรวมถึงการส่งหน่วยคอมมานโดไปยังโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ยังไม่ถูกทำลาย หรือการโจมตีทางทหารและผู้นำของอิหร่านเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวาย และเปิดทางให้ระบอบการปกครองใหม่เข้ามาครองอำนาจ”
— สำนักข่าว The New York Times รายงาน
รายงานยังระบุด้วยว่า “อิสราเอลกำลังผลักดันให้สหรัฐฯ เข้าร่วมการโจมตีขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านในวงกว้าง เพื่อลดภัยคุกคามที่อิหร่านสามารถยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล หรือฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคได้”
ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) พีต เฮกเซท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยว่า “สหรัฐฯ พร้อมที่จะใช้ ‘ทุกทางเลือก’ เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์” พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า “สหรัฐฯ ยังคงเปิดโอกาสสำหรับการเจรจาทางการทูต”
เฮกเซทบอกอีกว่า “สหรัฐฯ พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งใดๆ ของทรัมป์” ซึ่งบ่งชี้ว่าทางเลือกทางทหารยังคงพร้อมอยู่หากการเจรจาทางการทูตล้มเหลว “เราพร้อมที่จะส่งมอบทุกสิ่งที่ประธานาธิบดีคาดหวังจากกระทรวงกลาโหม เช่นเดียวกับที่เราทำไปเมื่อช่วงต้นเดือนนี้” เฮกเซท กล่าว โดยอ้างถึงปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ จับกุมอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา
(Photo by : SAUL LOEB / AFP)





