เกาะติดสถานการณ์สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ทรัมป์บอกอิหร่าน “สายเกินไปแล้ว” สำหรับการเจรจา

4 มี.ค. 2569 - 10:16

  • กองทัพอิสราเอลโจมตีฐานใต้ดินลับแห่งหนึ่ง ซึ่งอ้างว่านักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านใช้เป็นสถานที่พัฒนา ‘ขีดความสามารถที่จำเป็น’ สำหรับอาวุธนิวเคลียร์

  • ฝรั่งเศสประกาศส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชาร์ลส์ เดอ โกล และเรือฟริเกตคุ้มกันไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

  • อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

เกาะติดสถานการณ์สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ทรัมป์บอกอิหร่าน “สายเกินไปแล้ว” สำหรับการเจรจา
  • ทรัมป์บอกว่า “สายเกินไปแล้ว” สำหรับการเจรจากับอิหร่าน 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า “อิหร่านกำลังพยายามเจรจากับสหรัฐฯ ท่ามกลางสงครามกับอิหร่าน แต่การเจรจา นั้น ‘สายเกินไปแล้ว’” 

  • อิสราเอลสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของอิหร่านประจำเลบานอน 

กองทัพอิสราเอลอ้างว่าได้สังหารผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นหน่วยงานของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่รับผิดชอบปฏิบัติการต่างประเทศ

กองทัพอิสราเอล (IDF) ระบุว่าได้สังหาร ดาวูด อาลี ซาเดห์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็น ‘ผู้บัญชาการชั่วคราว’ ของกองกำลังคุดส์ประจำเลบานอน ซึ่งก่อนหน้านี้ ฮัสซัน มาห์ดาวี ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าซาเดห์ ก็ถูกสังหารในการโจมตีของ IDF เช่นกัน 

  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเส้นทางบินปลอดภัยกับประเทศเพื่อนบ้านสำหรับเที่ยวบินอพยพ 

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่าได้เปิดเส้นทางบินที่ปลอดภัยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้พลเมืองในการกลับประเทศและช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกจากประเทศได้ 

อับดุลลาห์ บิน ตูค อัล มาร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) ว่า “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถให้บริการเที่ยวบินฉุกเฉินได้ 48 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และจำนวนเที่ยวบินอาจเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการประเมินด้านความปลอดภัย” 

ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารมากกว่า 17,000 คนเดินทางออกจากประเทศด้วยเที่ยวบิน 60 เที่ยวในระยะแรกของแผนการดังกล่าว แต่ในระยะต่อไปจะมีเที่ยวบินมากกว่า 80 เที่ยวต่อวัน ซึ่งสามารถขนส่งผู้โดยสารได้มากกว่า 27,000 คน 

  • อิสราเอลโจมตีสถานที่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ‘ลับ’ ในอิหร่าน 

กองทัพอิสราเอลโจมตีฐานใต้ดินลับแห่งหนึ่ง ซึ่งอ้างว่านักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านใช้เป็นสถานที่พัฒนา ‘ขีดความสามารถที่จำเป็น’ สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ 

แถลงการณ์ระบุว่า “นักวิทยาศาสตร์เริ่มใช้ศูนย์วิจัย ‘มินซาเดเฮ’ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน หลังจากที่อิสราเอลสร้างความเสียหายให้กับสถานที่สำคัญทางนิวเคลียร์ของอิหร่านระหว่างปฏิบัติการไรซิ่งไลออนเมื่อเดือนมิถุนายน 2025” 

การโจมตีครั้งนี้เป็นการทำลายองค์ประกอบสำคัญที่ขัดขวางความสามารถของอิหร่านในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ 

  • ฝรั่งเศสสั่งเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศว่าฝรั่งเศสกำลังส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชาร์ลส์ เดอ โกล และเรือฟริเกตคุ้มกันไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เนื่องจากสงครามกำลังลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง 

“เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงและความไม่แน่นอนในวันข้างหน้า ผมจึงได้สั่งการให้เรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลส์ เดอ โกลล์ พร้อมด้วยฝูงบินและเรือฟริเกตคุ้มกัน มุ่งหน้าไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน”  

“สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านนอกกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเราไม่สามารถยอมรับได้” มาครงกล่าวในการปราศรัยทางโทรทัศน์ต่อประชาชน พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์อิหร่านอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า “อิหร่านต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความไม่มั่นคงในภูมิภาค” 

  • เจ้าหน้าที่อิหร่านประชุมเพื่อคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่  

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้คัดเลือกผู้นำสูงสุดคนต่อไปของประเทศ ได้จัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ 

คณะผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งประกอบด้วยผู้นำทางศาสนาอาวุโส 88 คน กำลังอยู่ใน ‘ขั้นตอนสุดท้าย’ ของการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการประกาศชื่อผู้นำคนใหม่เมื่อใด 

  • อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตี ‘ระลอกใหญ่’ ในอิหร่าน 

กองทัพอิสราเอลระบุว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่รอบใหม่แล้ว โดยมีเป้าหมายคือ ‘ฐานปล่อยจรวด ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ’ ซึ่งการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลระลอกใหม่เมื่อคืนที่ผ่านมา 

  • อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง 

กาตาร์ระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศอัลอูเดด ซึ่งเป็นฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยทางกระทรวงกลาโหมกาตาร์แถลงว่า “ได้สกัดกั้นขีปนาวุธอีกหนึ่งลูกที่ยิงมาจากอิหร่านได้สำเร็จ” 

  • พลเรือนกว่า 1,000 คนเสียชีวิตในอิหร่านนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น 

สำนักข่าวสิทธิมนุษยชน ‘HRANA’ ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา รายงานว่า “มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านมากกว่า 1,000 คน รวมทั้งเด็ก นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็พบพลเรือนกว่า 5,400 คน รวมถึงเด็ก 100 คน ได้รับบาดเจ็บ” 

‘HRANA’ ระบุว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานเบื้องต้นและกำลังตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับรายงานเพิ่มเติมอีกหลายร้อยราย  

  • ตลาดน้ำมันปั่นป่วน 

ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ เพิ่งปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดในรอบหนึ่งวันนับตั้งแต่ปี 2005 เนื่องจากเรือขนส่งสินค้า ‘หยุด’ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสายสำคัญ ราคาน้ำมันยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันลดลง 

(Photo by : DANIEL TOROK / THE WHITE HOUSE / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์