ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพุธ (10 มิ.ย.) ว่า “กองทัพสหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือเรือพาณิชย์จำนวน 200 ลำ ซึ่งในจำนวนนี้บรรทุกน้ำมันอยู่รวมกันมากกว่า 100 ล้านบาร์เรล ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างลับๆ”
“ความพยายามที่ประสบความสำเร็จอย่างมากนี้ เป็นเพราะสหรัฐฯ เป็นผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่อิหร่าน กองทัพของพวกเขาพ่ายแพ้ และเศรษฐกิจของพวกเขาก็ล่มสลายแล้ว”
— ทรัมป์โพสต์บน Truth Social
ทรัมป์เปิดเผยถึงปฏิบัติการดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าวันพุธ (10 มิ.ย.) ระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พร้อมชื่นชมว่า “การส่งออกอย่างลับๆ นี้ ช่วยพยุงราคาน้ำมันให้อยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แทนที่จะพุ่งสูงทะลุ 200 ดอลลาร์”
“แต่ปริมาณการจราจรของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอย่างมาก...โลกกำลังสูญเสียน้ำมันปริมาณมหาศาลในแต่ละวัน”
— เฮลิมา คลอฟต์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของ ‘RBC Capital Markets’ ผู้ให้บริการด้านตลาดทุนชั้นนำระดับโลก กล่าว
‘JPMorgan’ สถาบันการเงินสัญชาติอเมริกัน ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “อาจมีน้ำมันไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากกว่าที่ปรากฏให้เห็น และอาจมีน้ำมันประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันถูกขนส่งออกไปผ่านเรือบรรทุกน้ำมันที่ปิดส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง”
“แม้จะมีการปิดล้อมทางทะเลอย่างต่อเนื่องและการจราจรของเรือพาณิชย์ที่ลดลงอย่างมาก แต่ปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมยังคงไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปริมาณที่น่าประหลาดใจ”
— นักวิเคราะห์ของ JPMorgan กล่าวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน
ในเดือนพฤษภาคม ทรัมป์ได้ประกาศเปิดตัวและสั่งระงับภารกิจที่เรียกว่า ‘โครงการเสรีภาพ’ (Project Freedom) อย่างกะทันหัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเป็นนัยว่ากองทัพเรือกำลังช่วยเหลือเรือต่างๆ ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเงียบๆ แต่ไม่ได้เปิดเผยถึงขนาดของปฏิบัติการดังกล่าว
เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมรายหนึ่งบอกกับ CNBC เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “กองกำลังสหรัฐฯ ไม่ได้แล่นคุ้มกันเรือ แต่กองทัพกำลังติดต่อและประสานงานกับเรือที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรีและปลอดภัย”
ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณว่า กองทัพกำลังปกป้องเรือจากการถูกโจมตี “การปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นมีชนวนเหตุมาจากการที่รัฐบาลอิหร่านส่งโดรนโจมตีลูกเรือพลเรือนที่กำลังแล่นเรืออยู่ในน่านน้ำภูมิภาคอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันต่อสภาคองเกรสเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “สหรัฐฯ กำลังตอบโต้การโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่าน โดรนของอิหร่านไม่มีความแม่นยำและอาจพุ่งชนส่วนใดส่วนหนึ่งของเรือ ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาได้”
“หากพวกเขาไม่ยิงใส่เรือเหล่านั้น เราก็จะไม่ยิง แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นเราจำเป็นต้องตอบโต้” รูบิโอ กล่าว
(Photo by KEN CEDENO / AFP)





