ทรัมป์หวังสร้างสันติภาพสองเกาหลี! อยากพบ ‘คิม จอง อึน’ ในปีนี้

26 ส.ค. 2568 - 14:28

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างประชุมกับ อี แจ มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อวันจันทร์ (25 ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า เขาต้องการพบกับผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ในปีนี้

  • ขณะที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เผยว่า จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากทรัมป์ต้องการเล่นบทบาทเป็น ‘ผู้สร้างสันติภาพ’ พร้อมบอกว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็น ‘บุคคลเพียงคนเดียว’ ที่สามารถแก้ไขความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้จริง

  • รัฐบาลเกาหลีเหนือยังไม่ได้ตอบสนองต่อถ้อยแถลงของทรัมป์ในทันที แต่สื่อของรัฐรายงานในภายหลังว่า การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนาของสหรัฐฯ ที่จะ ‘ยึดครอง’ คาบสมุทรเกาหลีและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

ทรัมป์หวังสร้างสันติภาพสองเกาหลี! อยากพบ ‘คิม จอง อึน’ ในปีนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างประชุมกับ อี แจ มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อวันจันทร์ (25 ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า เขาต้องการพบกับผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ซึ่งสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้หารือเกี่ยวกับสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีและศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ 

“ผมอยากพบเขา (คิม จอง อึน) ในปีนี้ ผมตั้งตารอที่จะได้พบกับคิม จอง อึน ในอนาคตอันใกล้นี้”

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ ขณะต้อนรับประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ อี แจ มยอง สู่ทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก 

“ผมคิดว่าคุณเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่สนใจประเด็นสันติภาพของโลกมากขนาดนี้ และประสบความสำเร็จจริงๆ ดังนั้นผมหวังว่าคุณจะสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี...และพบปะกับ คิม จองอึน” อี กล่าว 

อีเสริมว่า เขาจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากทรัมป์ต้องการเล่นบทบาทเป็น ‘ผู้สร้างสันติภาพ’ พร้อมบอกว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็น ‘บุคคลเพียงคนเดียว’ ที่สามารถแก้ไขความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้จริง ซึ่งทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในความขัดแย้ง หลังจากสงครามเกาหลีสิ้นสุดลงในปี 1953 ด้วยการหยุดยิง ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ 

แม้สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะบรรลุข้อตกลงการค้าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงโต้เถียงกันเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ การใช้จ่ายทางทหาร และรายละเอียดของข้อตกลง ซึ่งรวมถึงการลงทุนของเกาหลีใต้ในสหรัฐฯ มูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) 

ตามแถลงการณ์ระบุว่า สายการบินโคเรียนแอร์มีแผนจะซื้อเครื่องบิน 103 ลำจากโบอิ้ง พร้อมด้วยเครื่องยนต์และโปรแกรมซ่อมบำรุงจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน ‘GE Aerospace’ และ ‘CFM International’ มูลค่ารวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) ขณะเดียวกัน ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ก็จะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐอเมริกาจากแผนเดิม 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.8 แสนล้านบาท) เป็น 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.4 แสนล้านบาท)  

อย่างไรก็ดี รัฐบาลเกาหลีเหนือยังไม่ได้ตอบสนองต่อถ้อยแถลงของทรัมป์ในทันที แต่สื่อของรัฐรายงานในภายหลังว่า การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนาของสหรัฐฯ ที่จะ ‘ยึดครอง’ คาบสมุทรเกาหลีและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค 

นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม คิมเพิกเฉยต่อคำเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าของทรัมป์ให้รื้อฟื้นการทูตโดยตรงที่เขาเคยดำเนินการในช่วงดำรงตำแหน่งปี 2017-2021 ซึ่งไม่สามารถทำข้อตกลงใดๆ เพื่อหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้ 

“แม้จะมีมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่เพื่อยับยั้งเกาหลีเหนือ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ กลับเป็นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง...ขณะนี้เกาหลีเหนือมีศักยภาพในการสร้างหัวรบนิวเคลียร์ได้ 10-20 หัวรบต่อปี และเหลือเพียงแค่การพัฒนายานพาหนะเพื่อบรรทุกหัวรบเหล่านั้นบนขีปนาวุธพิสัยไกลขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถยิงถึงสหรัฐฯ ได้”

อีกล่าวในงานที่ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศในกรุงวอชิงตันหลังการประชุมสุดยอดกับทรัมป์   

(Photo by Brendan Smialowski / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์