ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างประชุมกับ อี แจ มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อวันจันทร์ (25 ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า เขาต้องการพบกับผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ซึ่งสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้หารือเกี่ยวกับสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีและศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
“ผมอยากพบเขา (คิม จอง อึน) ในปีนี้ ผมตั้งตารอที่จะได้พบกับคิม จอง อึน ในอนาคตอันใกล้นี้”
— ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ ขณะต้อนรับประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ อี แจ มยอง สู่ทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก
“ผมคิดว่าคุณเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่สนใจประเด็นสันติภาพของโลกมากขนาดนี้ และประสบความสำเร็จจริงๆ ดังนั้นผมหวังว่าคุณจะสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี...และพบปะกับ คิม จองอึน” อี กล่าว
อีเสริมว่า เขาจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากทรัมป์ต้องการเล่นบทบาทเป็น ‘ผู้สร้างสันติภาพ’ พร้อมบอกว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็น ‘บุคคลเพียงคนเดียว’ ที่สามารถแก้ไขความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้จริง ซึ่งทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในความขัดแย้ง หลังจากสงครามเกาหลีสิ้นสุดลงในปี 1953 ด้วยการหยุดยิง ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ
แม้สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะบรรลุข้อตกลงการค้าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงโต้เถียงกันเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ การใช้จ่ายทางทหาร และรายละเอียดของข้อตกลง ซึ่งรวมถึงการลงทุนของเกาหลีใต้ในสหรัฐฯ มูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท)
ตามแถลงการณ์ระบุว่า สายการบินโคเรียนแอร์มีแผนจะซื้อเครื่องบิน 103 ลำจากโบอิ้ง พร้อมด้วยเครื่องยนต์และโปรแกรมซ่อมบำรุงจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน ‘GE Aerospace’ และ ‘CFM International’ มูลค่ารวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) ขณะเดียวกัน ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ก็จะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐอเมริกาจากแผนเดิม 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.8 แสนล้านบาท) เป็น 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.4 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ดี รัฐบาลเกาหลีเหนือยังไม่ได้ตอบสนองต่อถ้อยแถลงของทรัมป์ในทันที แต่สื่อของรัฐรายงานในภายหลังว่า การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนาของสหรัฐฯ ที่จะ ‘ยึดครอง’ คาบสมุทรเกาหลีและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค
นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม คิมเพิกเฉยต่อคำเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าของทรัมป์ให้รื้อฟื้นการทูตโดยตรงที่เขาเคยดำเนินการในช่วงดำรงตำแหน่งปี 2017-2021 ซึ่งไม่สามารถทำข้อตกลงใดๆ เพื่อหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้
“แม้จะมีมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่เพื่อยับยั้งเกาหลีเหนือ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ กลับเป็นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง...ขณะนี้เกาหลีเหนือมีศักยภาพในการสร้างหัวรบนิวเคลียร์ได้ 10-20 หัวรบต่อปี และเหลือเพียงแค่การพัฒนายานพาหนะเพื่อบรรทุกหัวรบเหล่านั้นบนขีปนาวุธพิสัยไกลขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถยิงถึงสหรัฐฯ ได้”
— อีกล่าวในงานที่ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศในกรุงวอชิงตันหลังการประชุมสุดยอดกับทรัมป์
(Photo by Brendan Smialowski / AFP)




