ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมสร้างห้องบอลรูมขนาดใหญ่ในบริเวณทำเนียบขาว มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,800 ล้านบาท) โดยจะเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในรอบกว่าศตวรรษ ทั้งนี้ ทรัมป์และผู้บริจาคจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ความฝันที่รอคอยมา 150 ปี
คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เป็นเวลา 150 ปีแล้วที่ประธานาธิบดี คณะบริหาร และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวต่างปรารถนาให้มีพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ในบริเวณทำเนียบขาว
ห้องบอลรูมแห่งใหม่จะมีพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร สามารถรองรับแขกที่นั่งได้ถึง 650 คน โดยจะใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐเมื่อมีผู้นำต่างชาติมาเยือนกรุงวอชิงตัน ซึ่งที่ผ่านมาต้องใช้วิธีกางเต็นท์ขนาดใหญ่ในบริเวณสนามหญ้าของทำเนียบขาว
อดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โชว์ฝีมือ
‘ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนที่เก่งเรื่องห้องบอลรูม’ ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมย้ำว่า ‘ผมเก่งเรื่องการก่อสร้าง และเราจะสร้างให้เสร็จอย่างรวดเร็วและตรงเวลา มันจะสวยงาม’
อดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังให้ความมั่นใจว่าจะรักษาเอกลักษณ์ของอาคารเดิมเอาไว้ โดยแบบจำลองที่รัฐบาลนำเสนอแสดงให้เห็นอาคารสีขาวพร้อมหน้าต่างสูง มีเสาและด้านหน้าที่คล้ายคลึงกับอาคารหลักของทำเนียบขาว
ปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษ
การก่อสร้างจะเริ่มในเดือนกันยายนและคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนหมดวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในเดือนมกราคม 2029 โดยอาคารใหม่จะสร้างแทนที่ปีกตะวันออก ซึ่งปกติเป็นที่ตั้งสำนักงานของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ
โครงการนี้นับเป็นหนึ่งในการก่อสร้างที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ประธานาธิบดีธีโอดอร์ รูสเวลต์ ทำการปรับปรุงและขยายทำเนียบขาวเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 และการก่อสร้างในสมัยประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน ระหว่างปี 1948-1952
แรงบันดาลใจจากทรัพย์สินส่วนตัว
ทรัมป์เผยว่าได้แรงบันดาลใจจากห้องบอลรูมในทรัพย์สินของตัวเอง โดยเฉพาะห้องบอลรูมที่ตั้งชื่อตามตัวเองที่รีสอร์ทกอล์ฟเทิร์นเบอร์รีในสก็อตแลนด์ และห้องบอลรูมที่คฤหาสน์มาร์-อะ-ลาโกในฟลอริดา
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ปรับปรุงห้องทำงานรูปไข่ให้เต็มไปด้วยสีทอง ตั้งแต่ดาวรอบตราประธานาธิบดีบนเพดาน รูปปั้นทองบนเตาผิง ไปจนถึงหิ้งเตาผิง อีกทั้งยังรื้อสนามหญ้าที่สวนกุหลาบประวัติศาสตร์และปูพื้นใหม่ พร้อมติดตั้งธงชาติอเมริกันขนาดใหญ่สองผืนด้านนอกทำเนียบขาว
การปรับโฉมทำเนียบขาวครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนรสนิยมส่วนตัวของทรัมป์ แต่ยังตั้งคำถามถึงมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ผู้นำคนปัจจุบันจะทิ้งไว้ให้กับประเทศ หลังจากที่ทำเนียบขาวเป็นที่พำนักและที่ทำงานของประธานาธิบดีอเมริกันมาตั้งแต่ปี 1800




