CNN รายงานว่า คำค้นหาในทวิตเตอร์ สำหรับการประท้วงที่เกี่ยวกับโควิด-19 ในจีน กลับเต็มไปด้วยสแปม ภาพลามกอนาจาร และคำที่ไม่มีความหมาย ซึ่งนักวิจัยบางคนกล่าวว่า ดูแวบแรกเหมือนว่าเป็นความพยายามโดยเจตนาของรัฐบาลจีนที่จะกลบรูปภาพของการชุมนุม
ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้วจนถึงวันจันทร์ (28 พ.ย.) การค้นหาภาษาจีนสำหรับจุดประท้วงสำคัญๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หนานจิง และกวางโจว มีภาพผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อย รวมถึงประโยค คำพูดต่างๆ ที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ซึ่งบัญชีทวิตเตอร์ที่ทวีตข้อความและรูปภาพดังกล่าว ถูกตรวจสอบโดย CNN แล้วพบว่าบัญชีเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาหลายเดือนก่อน และแทบไม่มีผู้ที่มาติดตามหรือไปติดตามใครเลย
พฤติกรรมที่ต้องสงสัยนี้ เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เกิดเหตุไฟไหม้ในมณฑลซินเจียงของจีน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย ท่ามกลางข้อจำกัดของการปิดเมืองจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีรายงานว่าทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ และเกิดเป็นความคับแค้นในใจของประชาชนที่สะสมมาตลอดระยะเวลาที่ต้องอยู่ภายใต้นโยบายปลอดโควิด-19 และกระตุ้นให้ฝูงชนจำนวนมากลงถนนประท้วงครั้งใหญ่
“มันเกิดขึ้นไม่เฉพาะในซินเจียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเด็นอ่อนไหวของจีนด้วย” ชาร์ลี สมิธ ผู้ร่วมก่อตั้ง GreatFire.org ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางดิจิทัลในจีนกล่าวพร้อมเสริมอีกว่า คำค้นหาเมืองใดก็ตามที่มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น หรือมีการประท้วงบนท้องถนนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณจะเห็นสิ่งเดียวกัน (ภาพลามกอนาจาร)
การต่อสู้กับชาวเน็ตนักเคลื่อนไหว โดยบัญชีบอทที่น่าสงสัยเป็นหนึ่งในการทดสอบการบิดเบือนข้อมูลที่สำคัญครั้งแรกสำหรับทวิตเตอร์นับตั้งแต่อีลอน มัสก์ ซื้อแพลตฟอร์มดังกล่าว มหาเศรษฐีได้สาบานเป็นการส่วนตัวว่าจะทำสงครามกับบอทและสแปมเมอร์ ทว่ายังลดจำนวนพนักงานทวิตเตอร์ลงกว่าครึ่ง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของบริษัทในการต่อสู้กับผู้ไม่หวังดีทั้งในสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ
ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ได้แสดงความตื่นตระหนกเกี่ยวกับช่องโหว่ที่ถูกกล่าวหาของทวิตเตอร์ต่อการแสวงประโยชน์จากต่างประเทศ ที่ยิ่งไปกว่านั้น คือความสัมพันธ์ระหว่างมัสก์กับประเทศจีนผ่านหนึ่งในบริษัทอื่นของเขา นั่นคือเทสลา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความตั้งใจของมัสก์ที่จะยืนหยัดต่อสู้คู่ไปกับรัฐบาลจีน
สมิธ กล่าวกับ CNN ว่า GreatFire.org ซึ่งช่วยให้ชาวจีนหลบเลี่ยงการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตของประเทศ สังเกตเห็นทวีตสแปม ‘หาคู่’ จำนวนมากที่ปรากฏในวันศุกร์ในแท็ก ‘อุรุมชี’ เมืองหลวงของซินเจียง ทวีตสแปมจำนวนมากยังคงดำเนินต่อไป
สมิธ กล่าวว่า ภาพอนาจารและไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกๆ ที่ถูกจีนเซ็นเซอร์เมื่อเริ่มปราบปรามทางอินเทอร์เน็ตเมื่อหลายปีก่อน ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่ทวีตสแปม หรือโฆษณาบริการทางเพศจะมาจากบุคคลจริงๆ ขณะที่จำนวนผู้ใช้ทวิตเตอร์ในจีนอยู่ที่ประมาณ 3 – 10 ล้านคน แม้ทวิตเตอร์จะถูกบล็อกในจีนอย่างเป็นการทางการแล้วก็ตาม
รายงานล่าสุดจาก BBC ระบุว่า การประท้วงดังกล่าวเหมือนจะยุติลงแล้ว เนื่องจากมีรายงานว่า มีตำรวจจำนวนมากในเมืองต่างๆ ของจีน มีการปิดถนนด้วยอุปกรณ์กีดขวางขนาดใหญ่ตามแนวถนนหลักของการประท้วงในเซี่ยงไฮ้ และตำรวจได้จับกุมผู้ร่วมชุมนุมแล้วหลายราย นอกจากนี้ตำรวจยังได้ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมถ่ายรูปการประท้วงและลบภาพในอุปกรณ์ถ่ายภาพของผู้ชุมนุม
จีนยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักเพียงแห่งเดียวที่มีนโยบายปลอดโควิดอย่างเคร่งครัด โดยทางการท้องถิ่นยังควบคุมการระบาดแม้เพียงเล็กน้อยด้วยการทดสอบจำนวนมาก การกักกันโรค และการล็อกดาวน์อย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้วจนถึงวันจันทร์ (28 พ.ย.) การค้นหาภาษาจีนสำหรับจุดประท้วงสำคัญๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หนานจิง และกวางโจว มีภาพผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อย รวมถึงประโยค คำพูดต่างๆ ที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ซึ่งบัญชีทวิตเตอร์ที่ทวีตข้อความและรูปภาพดังกล่าว ถูกตรวจสอบโดย CNN แล้วพบว่าบัญชีเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาหลายเดือนก่อน และแทบไม่มีผู้ที่มาติดตามหรือไปติดตามใครเลย
พฤติกรรมที่ต้องสงสัยนี้ เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เกิดเหตุไฟไหม้ในมณฑลซินเจียงของจีน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย ท่ามกลางข้อจำกัดของการปิดเมืองจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีรายงานว่าทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ และเกิดเป็นความคับแค้นในใจของประชาชนที่สะสมมาตลอดระยะเวลาที่ต้องอยู่ภายใต้นโยบายปลอดโควิด-19 และกระตุ้นให้ฝูงชนจำนวนมากลงถนนประท้วงครั้งใหญ่
“มันเกิดขึ้นไม่เฉพาะในซินเจียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเด็นอ่อนไหวของจีนด้วย” ชาร์ลี สมิธ ผู้ร่วมก่อตั้ง GreatFire.org ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางดิจิทัลในจีนกล่าวพร้อมเสริมอีกว่า คำค้นหาเมืองใดก็ตามที่มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น หรือมีการประท้วงบนท้องถนนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณจะเห็นสิ่งเดียวกัน (ภาพลามกอนาจาร)
การต่อสู้กับชาวเน็ตนักเคลื่อนไหว โดยบัญชีบอทที่น่าสงสัยเป็นหนึ่งในการทดสอบการบิดเบือนข้อมูลที่สำคัญครั้งแรกสำหรับทวิตเตอร์นับตั้งแต่อีลอน มัสก์ ซื้อแพลตฟอร์มดังกล่าว มหาเศรษฐีได้สาบานเป็นการส่วนตัวว่าจะทำสงครามกับบอทและสแปมเมอร์ ทว่ายังลดจำนวนพนักงานทวิตเตอร์ลงกว่าครึ่ง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของบริษัทในการต่อสู้กับผู้ไม่หวังดีทั้งในสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ
ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ได้แสดงความตื่นตระหนกเกี่ยวกับช่องโหว่ที่ถูกกล่าวหาของทวิตเตอร์ต่อการแสวงประโยชน์จากต่างประเทศ ที่ยิ่งไปกว่านั้น คือความสัมพันธ์ระหว่างมัสก์กับประเทศจีนผ่านหนึ่งในบริษัทอื่นของเขา นั่นคือเทสลา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความตั้งใจของมัสก์ที่จะยืนหยัดต่อสู้คู่ไปกับรัฐบาลจีน
สมิธ กล่าวกับ CNN ว่า GreatFire.org ซึ่งช่วยให้ชาวจีนหลบเลี่ยงการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตของประเทศ สังเกตเห็นทวีตสแปม ‘หาคู่’ จำนวนมากที่ปรากฏในวันศุกร์ในแท็ก ‘อุรุมชี’ เมืองหลวงของซินเจียง ทวีตสแปมจำนวนมากยังคงดำเนินต่อไป
สมิธ กล่าวว่า ภาพอนาจารและไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกๆ ที่ถูกจีนเซ็นเซอร์เมื่อเริ่มปราบปรามทางอินเทอร์เน็ตเมื่อหลายปีก่อน ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่ทวีตสแปม หรือโฆษณาบริการทางเพศจะมาจากบุคคลจริงๆ ขณะที่จำนวนผู้ใช้ทวิตเตอร์ในจีนอยู่ที่ประมาณ 3 – 10 ล้านคน แม้ทวิตเตอร์จะถูกบล็อกในจีนอย่างเป็นการทางการแล้วก็ตาม
รายงานล่าสุดจาก BBC ระบุว่า การประท้วงดังกล่าวเหมือนจะยุติลงแล้ว เนื่องจากมีรายงานว่า มีตำรวจจำนวนมากในเมืองต่างๆ ของจีน มีการปิดถนนด้วยอุปกรณ์กีดขวางขนาดใหญ่ตามแนวถนนหลักของการประท้วงในเซี่ยงไฮ้ และตำรวจได้จับกุมผู้ร่วมชุมนุมแล้วหลายราย นอกจากนี้ตำรวจยังได้ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมถ่ายรูปการประท้วงและลบภาพในอุปกรณ์ถ่ายภาพของผู้ชุมนุม
จีนยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักเพียงแห่งเดียวที่มีนโยบายปลอดโควิดอย่างเคร่งครัด โดยทางการท้องถิ่นยังควบคุมการระบาดแม้เพียงเล็กน้อยด้วยการทดสอบจำนวนมาก การกักกันโรค และการล็อกดาวน์อย่างรวดเร็ว



