ปล่อยเพิ่ม! 2 ตัวประกันจากฮามาสกลับบ้านแล้ว จ่อปล่อยเพิ่มอีก 50

24 ต.ค. 2566 - 11:52

  • ความพยายามทางการทูตที่จะปล่อยตัวคนมากกว่า 200 คนที่กลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันนั้นทวีความเข้มข้นมากขึ้นในวันจันทร์ (23 ต.ค.)

  • มีรายงานว่ามีคนจำนวนมาก (อาจมากถึง 50 คน) อาจจะได้รับการปล่อยตัวในเร็วๆ นี้

two_israeli_hostages_released_intensify_free_people_held_hamas_SPACEBAR_Hero_3168c92257.jpg

ความพยายามทางการทูตที่จะปล่อยตัวคนมากกว่า 200 คนที่กลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันนั้นทวีความเข้มข้นมากขึ้นในวันจันทร์ (23 ต.ค.) เนื่องจากมีรายงานว่ามีตัวประกันจำนวนมาก (อาจมากถึง 50 คน) จะได้รับการปล่อยตัวในเร็วๆ นี้ 

แม้ว่าอิสราเอลยังคงทิ้งระเบิดในฉนวนกาซาต่อไปเพื่อพยายามกดดันกลุ่มฮามาสมากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ‘การเจรจา’ น่าจะเป็นวิธีเดียวที่ตัวประกันจะได้รับอิสรภาพ 

หญิงสูงวัยชาวอิสราเอล 2 คนได้รับการปล่อยตัวในช่วงดึกของวันจันทร์ (23 ต.ค.) หลังจากที่แม่และลูกสาวชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอลได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันศุกร์ ทั้ง 2 กรณีได้รับการปล่อยตัวหลังจากการไกล่เกลี่ยโดยเจ้าหน้าที่กาตาร์ แต่คาดว่ามีอีก 220 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา ทุกคนถูกจับเป็นตัวประกันระหว่างการโจมตีของกลุ่มฮามาสต่ออิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม  

กลุ่มฮามาสกล่าวว่า ได้ปล่อยตัวตัวประกันด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม เพื่อตอบสนองต่อการไกล่เกลี่ยของกาตาร์และอียิปต์ 

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดที่ถูกจับในฉนวนกาซาอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่อิสราเอลยังคงทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 5,000 ราย 

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารกล่าวว่า แทบไม่มีโอกาสที่ความพยายามทางทหารเพื่อช่วยเหลือตัวประกันจะประสบผลสำเร็จ สภาพแวดล้อมในเมืองที่พังทลายในฉนวนกาซา การปรากฏตัวของพลเรือนจำนวนมาก การขาดข่าวกรองที่ชัดเจน และสถานที่ที่คิดว่าตัวประกันกระจัดกระจาย จะทำให้มีความเสี่ยงต่อพวกเขาและผู้ช่วยเหลือ 

“เราไม่มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือตัวประกันจากฉนวนกาซามาก่อน ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม วิธีแก้ปัญหาจะละเอียดอ่อนมาก และสิ่งสุดท้ายที่เราต้องการทำ คือเราต้องการเพิ่มโอกาสที่ตัวประกันจะมีชีวิตอยู่ได้มากที่สุด” ติมอร์ อิสราเอลลี อดีตทหารผ่านศึกในกองกำลังพิเศษของอิสราเอลกล่าว 

นักวิเคราะห์กล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอลติดอยู่ระหว่างคำมั่นสัญญาที่จะ ‘บดขยี้’ กลุ่มฮามาส กับคำมั่นสัญญาที่ว่าจะนำพาครอบครัวของพวกเขากลับมาแบบมีชีวิต 

“ชาวอิสราเอลต้องการให้ครอบครัวของพวกเขากลับมา แต่ยังต้องการจัดการกับกลุ่มฮามาส วัตถุประสงค์ทั้งสองนี้อาจมีความขัดแย้งกัน หากพวกเขาต้องการ (ตัวประกัน) กลับ พวกเขาจะต้องเจรจา” ดร.เอช.เอ. เฮลเยอร์ จากสถาบัน Carnegie Endowment for International Peace ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และสถาบัน Royal United Services Institute ในลอนดอน กล่าว 

เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า พวกเขาได้ตัดเสบียงอาหารและเชื้อเพลิงไปยังฉนวนกาซาเพื่อบังคับกลุ่มฮามาส ซึ่งปกครองดินแดนนี้มาตั้งแต่ปี 2007 ให้ยอมผ่อนปรนและปล่อยตัวประกันแบบฟรีๆ 

หน่วยงานบรรเทาทุกข์ระบุว่า ขณะนี้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจำนวนเล็กน้อยได้รับอนุญาตให้เข้าถึงฉนวนกาซาแล้ว แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่ผู้คนมากกว่า 2 ล้านคนในดินแดนนี้ต้องการ  

ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า กลยุทธ์ในการกดดันคนจับตัวประกันนั้นมีความเสี่ยงและอาจทำให้งานของคนกลางยากขึ้น 

ซอร์กา มาร์ติโนวิช กล่าวว่า ผู้เจรจาจะต้องควบคุมสถานการณ์ แยกตัวประกันออกจากกันและเริ่มเจรจา เนื่องจากความกดดันอย่างมากอาจทำให้ผู้คนแสดงปฏิกิริยาตอบสนองและยากจะคาดเดา อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะทำ ภัยคุกคามใดๆ ก็ตามควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง แต่โดยทั่วไปแล้วตัวประกันที่ยังมีชีวิตจะมีค่ามากกว่าเสียชีวิตแล้ว การปล่อยตัวแม้จะแค่สองคนก็เป็นเหมือนกำลังใจและส่งผลในเชิงบวก 

กลุ่มฮามาสได้เรียกร้องหลายต่อหลายครั้งเพื่อตัวประกัน เจ้าหน้าที่ขององค์กรกล่าวว่า ตัวประกันชาวอิสราเอลสามารถแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์หลายพันคนในเรือนจำได้  

นอกจากนี้กลุ่มฮามาสยังเรียกร้องให้มีการเปิดทางและส่งเชื้อเพลิงและเสบียงอื่นๆ ไปยังฉนวนกาซาอีกครั้ง การเปิดพรมแดนราฟาห์กับอียิปต์ และการระงับการโจมตีทางอากาศและการยิงของอิสราเอลเพื่อแลกกับการปล่อยตัวตัวประกันบางส่วนหรือทั้งหมด 

(Photo by Oren ZIV / AFP)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์