เรเชล แม่ลูก 4 บอกกับ The Sun สื่อของอังกฤษว่า เธอรู้สึกละอายใจเมื่อต้องเผชิญกับการบอกลูกๆ ของเธอว่าซานตาไม่มีอยู่จริง และต้องอธิบายว่าทำไมเธอถึงไม่สามารถซื้อของขวัญวันคริสต์มาสให้พวกเขาได้
“ฉันต้องบอกลูกๆ ของฉันว่าซานตาไม่มีจริง เพราะฉันไม่สามารถซื้อของขวัญให้พวกเขาได้ในวันคริสต์มาสนี้ ซึ่งมันน่าสะเทือนใจ” เรเชลกล่าว
เรเชล วัย 30 ปี คุณแม่จากสกอตแลนด์เล่าว่า เธอแทบจะเป็นหนี้ เนื่องจากครอบครัวของเธอต้องดิ้นรนท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น เธอเคยเป็นผู้จัดการของบริษัท Samsung แต่เธอต้องทิ้งงานที่เธอรักหลังจากที่เธอตั้งท้องลูกคนที่ 4 โดยที่ไม่ได้คาดคิด
เรเชลกล่าวว่า ด้วยค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกที่สูงเป็นประวัติการณ์ เงินที่ได้จากระบบสวัสดิการรัฐเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพในอังกฤษ (Universal Credit) ของเธอไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นของเธอได้ เนื่องจากระบบนี้ช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรไม่เกิน 2 คนเท่านั้น
แม่ที่เลี้ยงลูกและกังวลว่าเทศกาลเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึงอาจทำให้เธอต้องบอกข่าวร้ายกับลูกๆ เกี่ยวกับซานตา หากในเช้าวันนั้นลูกๆ ตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบกับของขวัญวันคริสต์มาส ซึ่งสำหรับเธอแล้วมันน่าสะเทือนใจและทำให้เธอรู้สึก ‘ป่วยทางกาย’
“ลูกสาวของฉันเกิดก่อนวันคริสต์มาสเช่นกัน ดังนั้นฉันจึงต้องซื้อของขวัญสำหรับวันคริสต์มาสสำหรับเด็กๆ 4 คนและซื้อของขวัญวันเกิดด้วย ซึ่งนั้นทำให้ฉันรู้สึกว่ากำลังซื้อของสำหรับเด็ก 5 คน” เรเชลกล่าวและเสริมว่า เธอไม่เคยซื้อของขวัญให้สามีเลย และสามีเองก็ไม่มีของขวัญให้เรเชล แม้แต่ช็อกโกแลต ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นของลูก
เรเชลกล่าวว่า ปัญหาทางการเงินของเธอทำให้เธอรู้สึกละอายใจ แต่เธอไม่สามารถกลับไปทำงานได้ในขณะที่ลูกๆ ของเธอยังเด็กอยู่ ถ้าเธอมีครอบครัวที่คอยช่วยเหลือ เธอคงกลับไปทำงาน มีคนบอกว่าเธอคงนั่งๆ นอนๆ ไปวันๆ แต่เธอเป็นแม่ที่ต้องทำงานบ้าน และเธอรู้สึกเหมือนเธอทำงานสิบๆ ด้วยแรงของคนคนเดียว เพราะอย่างน้อยในที่ทำงานที่เธอเคยทำมันก็มีเวลาให้เธอได้นั่งพัก และดื่มชาสักแก้ว
เธอเล่าต่อว่า เมื่อเธอตั้งท้องลูกสาวซึ่งในตอนนี้อายุ 5 ขวบแล้ว เธอตั้งใจที่จะกลับไปทำงานอีกครั้ง แต่เมื่อเธอเริ่มมองหาสถานรับเลี้ยงเด็ก ค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลหลังเลิกเรียนของเด็ก 2 คนมีมูลค่าสูงถึง 1,800 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทย 76,720 บาท) ซึ่งแน่นอนว่ามันกัดกินเงินเดือนของเธอ
เธอบอกว่า แม้สถานการณ์ของเธอจะเป็นอย่างไร เธอก็ยังคงได้รับข้อความก่นด่าจากพวกเกรียนคีย์บอร์ด ที่มารุมด่าเธอเพราะเธอนั่งเฉยๆ ทั้งวัน เพราะผู้คนต่างคิดว่าเธอไม่ต้องการทำงานทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเธออยากทำ เธอรู้สึกติดกับดักเพราะลูกสาวคนเล็กอายุ 19 เดือน และยังไม่ถึงวัยที่จะเข้าโรงเรียน
เธอและสามีมีลูกติดมาคนละ 1 คน ขณะที่ลูกอีก 2 คนมาโดยที่ไม่คาดคิด แม้ว่าเธอจะคุมกำเนิดแล้วก็ตาม ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้พยายามที่จะไม่มีลูกอีก และเธอเกลียดสมมติฐานที่ผู้คนมาพร่ำบอกเธอว่าเธอไม่ควรมีลูก ถ้าเธอไม่มีปัญญาจ่ายเงินค่าเลี้ยงดู
“ฉันต้องบอกลูกๆ ของฉันว่าซานตาไม่มีจริง เพราะฉันไม่สามารถซื้อของขวัญให้พวกเขาได้ในวันคริสต์มาสนี้ ซึ่งมันน่าสะเทือนใจ” เรเชลกล่าว
เรเชล วัย 30 ปี คุณแม่จากสกอตแลนด์เล่าว่า เธอแทบจะเป็นหนี้ เนื่องจากครอบครัวของเธอต้องดิ้นรนท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น เธอเคยเป็นผู้จัดการของบริษัท Samsung แต่เธอต้องทิ้งงานที่เธอรักหลังจากที่เธอตั้งท้องลูกคนที่ 4 โดยที่ไม่ได้คาดคิด
เรเชลกล่าวว่า ด้วยค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกที่สูงเป็นประวัติการณ์ เงินที่ได้จากระบบสวัสดิการรัฐเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพในอังกฤษ (Universal Credit) ของเธอไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นของเธอได้ เนื่องจากระบบนี้ช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรไม่เกิน 2 คนเท่านั้น
แม่ที่เลี้ยงลูกและกังวลว่าเทศกาลเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึงอาจทำให้เธอต้องบอกข่าวร้ายกับลูกๆ เกี่ยวกับซานตา หากในเช้าวันนั้นลูกๆ ตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบกับของขวัญวันคริสต์มาส ซึ่งสำหรับเธอแล้วมันน่าสะเทือนใจและทำให้เธอรู้สึก ‘ป่วยทางกาย’
“ลูกสาวของฉันเกิดก่อนวันคริสต์มาสเช่นกัน ดังนั้นฉันจึงต้องซื้อของขวัญสำหรับวันคริสต์มาสสำหรับเด็กๆ 4 คนและซื้อของขวัญวันเกิดด้วย ซึ่งนั้นทำให้ฉันรู้สึกว่ากำลังซื้อของสำหรับเด็ก 5 คน” เรเชลกล่าวและเสริมว่า เธอไม่เคยซื้อของขวัญให้สามีเลย และสามีเองก็ไม่มีของขวัญให้เรเชล แม้แต่ช็อกโกแลต ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นของลูก
เรเชลกล่าวว่า ปัญหาทางการเงินของเธอทำให้เธอรู้สึกละอายใจ แต่เธอไม่สามารถกลับไปทำงานได้ในขณะที่ลูกๆ ของเธอยังเด็กอยู่ ถ้าเธอมีครอบครัวที่คอยช่วยเหลือ เธอคงกลับไปทำงาน มีคนบอกว่าเธอคงนั่งๆ นอนๆ ไปวันๆ แต่เธอเป็นแม่ที่ต้องทำงานบ้าน และเธอรู้สึกเหมือนเธอทำงานสิบๆ ด้วยแรงของคนคนเดียว เพราะอย่างน้อยในที่ทำงานที่เธอเคยทำมันก็มีเวลาให้เธอได้นั่งพัก และดื่มชาสักแก้ว
เธอเล่าต่อว่า เมื่อเธอตั้งท้องลูกสาวซึ่งในตอนนี้อายุ 5 ขวบแล้ว เธอตั้งใจที่จะกลับไปทำงานอีกครั้ง แต่เมื่อเธอเริ่มมองหาสถานรับเลี้ยงเด็ก ค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลหลังเลิกเรียนของเด็ก 2 คนมีมูลค่าสูงถึง 1,800 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทย 76,720 บาท) ซึ่งแน่นอนว่ามันกัดกินเงินเดือนของเธอ
เธอบอกว่า แม้สถานการณ์ของเธอจะเป็นอย่างไร เธอก็ยังคงได้รับข้อความก่นด่าจากพวกเกรียนคีย์บอร์ด ที่มารุมด่าเธอเพราะเธอนั่งเฉยๆ ทั้งวัน เพราะผู้คนต่างคิดว่าเธอไม่ต้องการทำงานทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเธออยากทำ เธอรู้สึกติดกับดักเพราะลูกสาวคนเล็กอายุ 19 เดือน และยังไม่ถึงวัยที่จะเข้าโรงเรียน
เธอและสามีมีลูกติดมาคนละ 1 คน ขณะที่ลูกอีก 2 คนมาโดยที่ไม่คาดคิด แม้ว่าเธอจะคุมกำเนิดแล้วก็ตาม ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้พยายามที่จะไม่มีลูกอีก และเธอเกลียดสมมติฐานที่ผู้คนมาพร่ำบอกเธอว่าเธอไม่ควรมีลูก ถ้าเธอไม่มีปัญญาจ่ายเงินค่าเลี้ยงดู



