อังกฤษและสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร ‘Prince Group’ เครือข่ายข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการ ‘ศูนย์หลอกลวง’ ออนไลน์ขนาดใหญ่ที่ใช้แรงงานซึ่งค้ามนุษย์เพื่อหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก
รัฐบาลอังกฤษกล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวตั้งอยู่ในกัมพูชา เมียนมา และทั่วภูมิภาค ได้ใช้โฆษณาหางานปลอมเพื่อล่อลวงแรงงาน จากนั้น เหยื่อเหล่านั้นกลับถูกบังคับให้กระทำการฉ้อโกงออนไลน์ซึ่งพวกเขาถูกข่มขู่ว่าจะโดนทรมานหากไม่ทำตาม
“ผู้บงการเบื้องหลังศูนย์หลอกลวงอันน่าสยดสยองเหล่านี้กำลังทำลายชีวิตของผู้คนที่เปราะบางและซื้อบ้านในลอนดอนเพื่อเก็บเงิน...การดำเนินการร่วมกับสหรัฐฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามข้ามชาติที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นที่เกิดจากเครือข่ายดังกล่าว และเพื่อป้องกันไม่ให้เงินสกปรกไหลออกนอกท้องถนน”
— อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ กล่าว
ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าได้ดำเนินการในสิ่งที่เรียกว่าเป็น ‘การดำเนินการครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ โดยมีเป้าหมายที่กลุ่มอาชญากร 146 คนในองค์กรอาชญากรรม Prince Group ซึ่งอังกฤษก็ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรเช่นกัน
“การฉ้อโกงข้ามชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้พลเมืองอเมริกันสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ และเงินออมทั้งชีวิตสูญสิ้นไปภายในไม่กี่นาที”
— สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในแถลงการณ์
มาตรการคว่ำบาตรของอังกฤษมุ่งเป้าไปที่นิติบุคคล 6 รายและบุคคล 6 ราย รวมถึง จือ เฉิน ประธานบริษัท Prince Group มหาเศรษฐีชาวจีน-กัมพูชา ซึ่งทั้งสหรัฐฯ และอังกฤษกล่าวหาว่า ‘ควบคุมดูแลการก่อสร้างอาคารที่ใช้สำหรับหลอกลวงทางออนไลน์’
ศาลรัฐบาลกลางบรูคลินตั้งข้อหาเฉินในวัย 38 ปีเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่า ‘เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดฉ้อโกงทางสายโทรศัพท์และสมรู้ร่วมคิดฟอกเงิน’
อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า เฉินและพวกของเขาได้ดำเนินการค่ายกักกันแรงงานบังคับในกัมพูชา ซึ่งผู้คนถูกกักขังโดยไม่สมัครใจเพื่อดำเนินการฉ้อโกงการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล จากนั้นเฉินก็ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินผ่านบริษัทพนันออนไลน์และบริษัทขุดสกุลเงินดิจิทัล
อัยการเผยอีกว่า ได้ยึดบิตคอยน์ประมาณ 127,271 เหรียญ หรือมูลค่า 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.6 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นเงินที่สามารถติดตามได้จากอาชญากรรม และขณะนี้ทางอัยการก็กำลังขออนุมัติจากศาลเพื่อครอบครองบิตคอยน์เป็นการถาวร ซึ่งอัยการกล่าวว่า ‘เป็นการริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรม’
(Photo by AFP)




