‘จำกัดการออกวีซ่า’ แผนสกัดผู้อพยพของสหราชอาณาจักร

26 พ.ค. 2566 - 15:25

  • สหราชอาณาจักรออกข้อจำกัดใหม่สำหรับการขอวีซ่านักศึกษาต่างชาติ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้อพยพที่เพิ่มมากขึ้น

  • ญี่ปุ่นออกวีซ่าพิเศษให้กับชาวต่างชาติที่มีรายได้สูงและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับสูงในต่างประเทศ

uk_visa_restriction_foreign_students_reduce_migration_SPACEBAR_Thumbnail_1e153522fc.jpeg
สหราชอาณาจักร ออกข้อจำกัดใหม่สำหรับการขอวีซ่านักศึกษาต่างชาติ ที่จะเข้ามาศึกษาต่อในประเทศ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้อพยพที่เพิ่มมากขึ้น แม้นักเรียนต่างชาติเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นการเติบโตแก่เศรษฐกิจของประเทศ 
 
ภายใต้มาตรการวีซ่าใหม่กำหนดให้นักศึกษาตั้งแต่ระดับสูงกว่าปริญญาตรี ซึ่งปกติแล้วจะใช้เวลาศึกษานานกว่า 2 ปี สามารถนำผู้ติดตามเข้ามายังสหราชอาณาจักรได้ขณะที่ทำการศึกษาอยู่ ซึ่งนับตั้งแต่แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) สหราชอาณาจักรก็ระงับการเคลื่อนย้ายผู้คนจากอียูอย่างเสรี 

 ถึงอย่างนั้นก็คาดว่าจำนวนผู้อพยพจะสูงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ เพราะผลพวงจากโครงการวีซ่าสำหรับผู้ที่หลบหนีจากยูเครน ฮ่องกง และอัฟกานิสถาน ขณะที่จำนวนนักเรียนที่เดินทางเข้ามาศึกษาต่อก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะจากอินเดียและไนจีเรีย 
 
กรณีนี้ทำให้เกิดการโต้เถียงกันทางการเมือง รวมทั้งสร้างความแตกแยกในคณะรัฐมนตรีจนลุกลามปานปลาย ทำให้ ซูเอลลา บราเวอร์แมน รัฐมนตรีกิจการภายในของสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้รัฐบาลเข้มงวดในเรื่องการออกวีซ่า 

บราเวอร์แมนย้ำว่า ข้อเสนอนี้มีความสมดุลที่เหมาะสม และน่าจะทำให้เห็นการโยกย้ายถิ่นฐานลดลงสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเมื่อปีที่ผ่านมา มีการออกวีซ่าให้กับผู้ที่เดินทางมากับนักศึกษาต่างชาติประมาณ 136,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า จาก 16,000 คน ในปี 2019 
      
บราเวอร์แมนยังบอกด้วยว่า ในอนาคตนักศึกษาต่างชาติจะถูกป้องกันไม่ให้เปลี่ยนแปลงเส้นทางจากการศึกษาไปเป็นการทำงานก่อนที่จะจบการศึกษา และยังมีการปรับปรุงและการบังคับใช้กฎหมายที่มากขึ้นเพื่อป้องปรามพวกที่ใช้การศึกษาเป็นเกราะกำบังในการเดินทางเข้าเมืองอีกด้วย 
     
ข้อเสนอของบราเวอร์แมน ถูกต่อต้านจากรัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีศึกษาธิการของสหราชอาณาจักร ที่ให้ความสำคัญกับทักษะของแรงงานต่างชาติ และค่าธรรมเนียมสูงลิ่วที่นักศึกษาต่างชาติจ่ายให้กับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร 

แต่ถึงแม้บราเวอร์แมนจะรับว่านักศึกษาต่างชาติมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเศษฐกิจของประเทศ แต่เธอก็ย้ำว่าไม่ควรต้องแลกกับความตั้งใจของรัฐบาลที่จะลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานโดยรวม และการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ย้ายถิ่นฐานมายังสหราชอาณาจักรเป็นกลุ่มคนที่มีทักษะสูงและให้ประโยชน์สูงสุดกับประเทศ 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติสามารถอยู่ในสหราชอาณาจักรได้เป็นเวลา 2 ปี หลังจบการศึกษา หากพวกเขาได้งานทำในประเทศ 

ท่าทีนี้ของบราเวอร์แมน ปลุกกระแสความไม่พอใจในหมู่สถาบันการศึกษาในสหราชอาณาจักร โดย เจมี แอร์โรวสมิธ ผู้อำนวยการยูนิเวอร์ซิตี ยูเค อินเตอร์เนชั่นแนล (Universities UK International) ซึ่งเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยอังกฤษในต่างประเทศ ตั้งข้อสงสัยว่า มาตรการนี้จะทำให้จำนวนการย้ายถิ่นฐานลดลงได้จริงหรือ? เพราะนักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางมาพร้อมกับผู้ติดตามอยู่แล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม น่าจะส่งผลกระทบไม่อย่างนั้นรัฐบาลคงไม่ทำการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ในส่วนของมหาวิทยาลัยคงต้องมีการปรึกษาหารือกันหลังจากนี้ 
 
ส่วน โจ กราดี้ เลขาธิการใหญ่ของสหภาพมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้แทนของสถาบันวิชาการ กล่าวโจมตีกฎระเบียบใหม่โดยบอกว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าละอายมากที่รัฐบาลมุ่งโจมตีผู้อพยพและบ่อนทำลายมหาวิทยาลัยของประเทศ
การเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับเรื่องนี้ สวนทางกับประเทศในเอเชียอย่างญี่ปุ่น ที่เปิดตัวการออกวีซ่าพิเศษให้กับชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง และสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับสูงในต่างประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงแรงงานที่มีความสามารถทั่วโลก 

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า กำหนดแนวทางใหม่ในการออกวีซ่าพิเศษให้กับชาวต่างชาติเพื่อดึงดูดแรงงานที่มีทักษะความสามารถสูง โดยแนวทางใหม่นี้จะครอบคลุมนักวิจัย และวิศวกรต่างชาติที่มีรายได้ต่อปีอย่างน้อย 20 ล้านเยนรวมถึงผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาโท หรือมีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 10 ปี และเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา หลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน 

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังตัดสินใจอำนวยความสะดวกให้กับคนหนุ่มสาวที่มีศักยภาพสูงสามารถหางานทำในญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้นด้วย 

ส่วนชาวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ได้วีซ่า “กิจกรรมเฉพาะพิเศษ” (Designated Activities) ซึ่งอนุญาตให้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นได้นานสูงสุด 2 ปี เพื่อจุดประสงค์ในการหางานนี้ ต้องเป็นต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย 100 อันดับแรกของการจัดอันดับโลก 2 รายการ ที่จัดทำโดยสำนักงานบริการตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีเงินอย่างน้อย 200,000 เยน เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น 
      
ฮิโรคาซุ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่า ระบบใหม่เป็นการขยายสิทธิพิเศษที่เอื้ออำนวยให้กับผู้มีความสามารถระดับสูง ตามแนวทางของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ที่สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องพิจารณาการปฏิรูปเพื่อดึงดูดแรงงานทักษะสูงเมื่อปีที่แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์