กองทัพยูเครนปฏิเสธเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า รัสเซียยึดเมืองคอสเตียนตีนิฟกาในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครนได้ หลังจากประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน สวมเครื่องแบบทหารขอบคุณกองกำลังรัสเซียเมื่อวันศุกร์ พร้อมประกาศชัยชนะในการยึดเมืองที่มีประชากรก่อนสงคราม 78,000 คนแห่งนี้
ยูเครนยืนยันยังคุมเมืองได้
โฆษกกองทัพยูเครน อันดรีย์ โควาลยอฟ แถลงกับสำนักข่าว AFP ว่า คอสเตียนตีนิฟกา "อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังป้องกันยูเครน" แต่ยอมรับว่า กลุ่มทหารรัสเซียขนาดเล็กบางส่วนได้แทรกซึมเข้าไปในเมืองแล้ว โดยกล่าวว่า "นักรบยูเครนยังคงยึดแนวป้องกันตามแนวที่กำหนดไว้"
ด้านประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า คำประกาศของปูตินเป็น "คำโกหกของรัสเซียอีกครั้ง" พร้อมท้าทายว่า "หากคอสเตียนตีนิฟกาอยู่ใต้การควบคุมรัสเซียจริง ปูตินคงไม่มีปัญหาที่จะมาพบกันที่นั่นเพื่อหาทางยุติสงคราม"

ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของเมือง
คอสเตียนตีนิฟกาถือเป็นด่านสำคัญบนเส้นทางสู่เมืองคราเมตอร์สก์และสโลเวียนสก์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของรัสเซียในดอนบาส รัสเซียใช้ยุทธวิธีส่งหน่วยเล็กแทรกซึมเข้าเมือง คล้ายกับที่เคยใช้ยึดเมืองโปครอฟสก์เมื่อปลายปี 2025
โดรนถล่มเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
ในวันเดียวกัน รัสเซียรายงานว่า โดรนยูเครนโจมตีคลังน้ำมันในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก บ้านเกิดของปูติน รวมถึงท่าเรือวีโซตสก์ใกล้พรมแดนฟินแลนด์ และบริเวณพระราชวังเปเตอร์ฮอฟโดยไม่มีความเสียหาย ผู้ว่าการเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงโดรนตก 72 ลำ
เจรจาสันติภาพยังไม่คืบ
เซเลนสกีและปูตินต่างพูดคุยแยกกันกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก่อนการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการาซึ่งจะมีขึ้นสัปดาห์หน้า โดยเซเลนสกีระบุว่ามี "โอกาสจริงในการยุติสงคราม และความมุ่งมั่นของอเมริกาคือปัจจัยชี้ขาด" อย่างไรก็ตาม ปูตินยังคงปฏิเสธการเจรจากับฝ่ายยูเครนมาโดยตลอด




