หน่วยงาน UN เตรียมแผนอพยพเรือหลายร้อยลำออกจากช่องแคบฮอร์มุซ รอสถานการณ์รบคลี่คลาย

22 เม.ย. 2569 - 11:19

  • องค์การทางทะเลระหว่างประเทศกำลังจัดทำแผนอพยพสำหรับเรือที่ติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน

  • แผนดังกล่าวจะสามารถนำไปปฏิบัติได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาณชัดเจนว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง และพื้นที่นั้นปลอดจากอันตรายต่างๆ รวมถึงทุ่นระเบิด

  • รายละเอียดของแผนการอพยพประกอบด้วยลำดับการออกเดินทางของเรือ โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ลูกเรือติดค้างอยู่ และจะใช้เส้นทางที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

หน่วยงาน UN เตรียมแผนอพยพเรือหลายร้อยลำออกจากช่องแคบฮอร์มุซ รอสถานการณ์รบคลี่คลาย

อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) กล่าวว่า IMO กำลังดำเนินการวางแผนอพยพเรือหลายร้อยลำที่ติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซียนับตั้งแต่การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อ 7 สัปดาห์ที่แล้ว” 

“แผนดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาณชัดเจนว่าความตึงเครียดลดลงแล้ว หน่วยงานของสหประชาชาติยังจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยว่ามีการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบหรือไม่ก่อนที่จะอนุญาตให้เรือผ่านไปได้...เพื่อให้เราดำเนินการใดๆ ได้ เราต้องแน่ใจว่าความขัดแย้งได้ยุติลงแล้ว ไม่มีภัยคุกคามต่อเรือลำใดๆ และภูมิภาคนี้ปลอดภัยจากอันตรายใดๆ รวมถึงทุ่นระเบิด”

 โดมิงเกซ กล่าวเมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.) 

เรือประมาณ 800 ลำยังคงติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซียหลังจากปริมาณการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมากหลังจากการปะทุของสงคราม การข่มขู่และการโจมตีเรือของอิหร่านทำให้เจ้าของเรือส่วนใหญ่วิตกกังวลเกินกว่าที่จะพยายามแล่นเรือผ่านช่องแคบ แม้ว่าอิหร่านจะอนุญาตให้เรือบางลำที่ได้รับอนุมัติแล่นผ่านออกไปได้  และในบางกรณี อิหร่านก็เรียกเก็บเงิน 

อย่างไรก็ดี การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อตัดรายได้ของอิหร่านยิ่งทำให้สถานการณ์อันตรายมากขึ้นไปอีก  

“สำหรับรายละเอียดแผนการอพยพที่กำลังหารือกันอยู่นั้น รวมถึงลำดับการออกเดินทางของเรือ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ลูกเรือติดอยู่ และปัจจัยอื่นๆ...การแล่นเรือใดๆ จะเป็นไปตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ตั้งนานแล้ว นั่นคือ ‘โครงการแยกการจราจรทางทะเล’ (Traffic Separation Scheme) ที่อิหร่านและโอมานเสนอและองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) นำมาใช้ในปี 1968” 

โดมิงเกซ กล่าว   

(Photo by STR / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์