รายงานจากคณะกรรมการสอบสวนดินแดนปาเลสไตน์ที่ได้รับมอบหมายจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ระบุว่า “อิสราเอลได้ก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา”
รายงานที่เผยแพร่ในวันอังคาร (16 ก.ย.) ระบุว่า “4 ใน 5 เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่พบในอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งสหประชาชาติปี 1948 เกิดขึ้นในฉนวนกาซา” โดยรายงานเรียกร้องต่อประชาคมระหว่างประเทศให้ ‘ยุติ’ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และดำเนินมาตรการลงโทษผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
คณะกรรมการสอบสวนดินแดนปาเลสไตน์ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน โดยมี นาวี พิลเลย์ อดีตเลขาธิการสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนเป็นหัวหน้า ซึ่งเธอระบุว่า “อิสราเอล ‘มีเจตนาทำลายชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา’ อย่างชัดเจน”
คณะกรรมการสอบสวนได้บันทึกรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในฉนวนกาซา นับตั้งแต่การโจมตีของกลุ่มฮามาสในอิสราเอลตอนใต้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,200 ราย และถูกจับเป็นตัวประกันประมาณ 250 คน
“คณะกรรมการสอบสวนพบว่า อิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อการก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาที่จะทำลายล้างชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาผ่านการกระทำที่ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมอันโหดร้ายเป็นของเจ้าหน้าที่อิสราเอลในระดับสูงสุดตลอดช่วงสงครามเกือบ 2 ปี”
— พิลเลย์ กล่าว
คณะกรรมการสอบสวนยังระบุด้วยว่า “นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู, ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซอก, และโยอาฟ แกลลันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยุยงให้เกิด ‘การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’”
ตามข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขในเขตปกครองตนเองที่กลุ่มฮามาสควบคุม ซึ่งเป็นสถิติที่สหประชาชาติถือว่าเชื่อถือได้ระบุว่า “สงครามที่ดำเนินอยู่ของอิสราเอลในฉนวนกาซาได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 64,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน” ซึ่งนักวิจัยนานาชาติประเมินว่า “ยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงสูงกว่านี้มาก”
ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนอิสราเอลก็กล่าวหาว่า “รัฐบาลอิสราเอลก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา”
แต่กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลประณามรายงานดังกล่าว โดยระบุว่า “อิสราเอลปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อรายงานที่บิดเบือนและเป็นเท็จนี้ และเรียกร้องให้ยกเลิกคณะกรรมการสอบสวนนี้ทันที” โดยทางกระทรวงฯ ยังอ้างว่าสมาชิกคณะกรรมการสอบสวนที่อยู่เบื้องหลังรายงานฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงนาวี พิลเลย์ นั้น เป็น ‘ตัวแทนของฮามาส’
(Photo by Eyad BABA / AFP)



