องค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อวันพุธ (30 ก.ค.) ว่า การค้ามนุษย์เพื่อบังคับให้ก่ออาชญากรรมกำลัง ‘เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว’ ในอัตราที่ ‘น่าตกใจ’ โดยพบว่ามีผู้คนหลายแสนคนติดอยู่ในศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“บ่อยครั้งที่เหยื่อเหล่านี้กลับถูกจับกุมในข้อหา ‘อาชญากรรมที่ถูกบังคับให้กระทำ’ แทนที่จะได้รับความช่วยเหลือ...การค้ามนุษย์เป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชน แต่มันมากกว่านั้น มันเป็นธุรกิจระดับโลกขนาดใหญ่ที่ส่งเสริมการทุจริต สร้างความหวาดกลัว รวมถึงเอาเปรียบคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม”
— เอมี่ โป๊ป ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) กล่าวในวันต่อต้านการค้ามนุษย์โลก
องค์การ IOM ระบุว่า “การค้ามนุษย์เพื่อก่ออาชญากรรมบังคับขยายตัวอย่างรวดเร็วจน ‘น่าตกใจ’”
โป๊ป เผยอีกว่า“ขณะนี้ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้คนหลายแสนคนติดอยู่ในสถานที่หลอกลวงทางออนไลน์ ปฏิบัติการเหล่านี้สร้างรายได้ประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ต่อปี และผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ได้แก่ ‘ผู้อพยพ เยาวชนผู้หางาน เด็ก และผู้พิการ’”
“IOM ได้ช่วยเหลือเหยื่อเกือบ 3,000 คนให้กลับมามีชีวิตใหม่นับตั้งแต่ปี 2022...หน่วยงานนี้ได้ช่วยนำผู้คนกลับบ้านจากฟิลิปปินส์และเวียดนาม รวมถึงให้การสนับสนุนเหยื่อในประเทศไทย เมียนมา และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค”
แต่โป๊ปเตือนว่ายังมีเหยื่ออีกมากที่ยังคงติดอยู่ในกลุ่มอาชญากกรมนี้
“ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น แทนที่จะได้รับความช่วยเหลือ พวกเขากลับถูกจับกุม ดำเนินคดี และลงโทษ เราขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า ไม่มีใครควรถูกจำคุกเพราะสิ่งที่พวกเขาถูกบังคับให้ทำ” โป๊ป กล่าว
นอกจากนี้ โป๊ปยังเรียกร้องให้รัฐบาลและภาคประชาสังคมก้าวขึ้นมาและแก้ไขกฎหมายระดับชาติ เพื่อให้ผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ได้รับการปกป้อง แทนที่จะถูกลงโทษ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามจับกุมกลุ่มผู้ค้ามนุษย์แทนที่จะเป็นเหยื่อที่ถูกเอาเปรียบ
อย่างไรก็ดี สงครามกลางเมืองหลายฝ่ายในเมียนมา ซึ่งเกิดจากการรัฐประหารในปี 2021 ได้เปิดโอกาสให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโรงงานหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมที่ไม่เข้มงวดของรัฐ
ปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์เหล่านี้ล่อลวงแรงงานต่างชาติด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะได้งานที่มีค่าตอบแทนสูง แต่กลับจับพวกเขาเป็นตัวประกันและบังคับให้กระทำการฉ้อโกงทางออนไลน์ ซึ่งเหยื่อค้ามนุษย์จำนวนมากเป็นชายชาวจีน
หลายคนเล่าว่าถูกล่อลวงเข้าไปในแหล่งหลอกลวงที่มักถูกทำให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อใช้เป็นกลอุบายในการหลอกเหยื่อด้วยกลลวงในรูปแบบความรัก หรือธุรกิจบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะหลอกให้เหยื่อจ่ายเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
(Photo by AFP)




