สหประชาชาติ (UN) เตือนว่า มีสัญญาณว่าความสงบเรียบร้อย (civil order) ในฉนวนกาซาเริ่มถูกละเมิด โดยพบว่าเกิดการปล้นสะดมคลังสินค้าและโกดังเก็บอาหารของยูเอ็นหลายแห่งในหลายพื้นที่ของฉนวนกาซา ในขณะที่อิสราเอลก็เริ่มปฏิบัติการในฉนวนกาซามากขึ้นทุกทีแล้ว
“สถานการณ์ในฉนวนกาซา ‘สิ้นหวังมากขึ้นทุกชั่วโมง’” อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าว ขณะที่โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) ยอมรับด้วยว่ามีการนำสิ่งของช่วยเหลือบางส่วนไปใช้แล้ว แต่ก็เตือนถึง ‘ความหิวโหยที่เพิ่มมากขึ้น’
“นี่เป็นสัญญาณของการสูญเสียความหวังและหมดหวังมากขึ้นทุกนาทีของพลเมือง พวกเขาหิวโหย โดดเดี่ยว และทนทุกข์ทรมานจากความรุนแรงอันยิ่งใหญ่เป็นเวลา 3 สัปดาห์” ซาเมอร์ อับเดลจาเบอร์ ตัวแทนจาก WFP กล่าว
จนถึงขณะนี้รถบรรทุกช่วยเหลือประมาณ 94 คันได้เข้าสู่ฉนวนกาซาผ่านทางจุดผ่านแดนทางข้ามราฟาห์ระหว่างอียิปต์
ขณะเดียวกัน พล.ร.ต. แดเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) เผยในวิดีโอที่โพสต์เมื่อวันอาทิตย์ว่า “ความพยายามด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา ซึ่งนำโดยอียิปต์และสหรัฐฯ จะขยายตัวในวันจันทร์ (30 ต.ค.)” ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี กองทัพอิสราเอลออกมาปฏิเสธการขาดแคลนอาหาร น้ำ หรือยารักษาโรคในฉนวนกาซา แม้ว่าหน่วยงานบรรเทาทุกข์จะออกคำเตือนอันเลวร้ายเกี่ยวกับการขาดแคลนก็ตาม ขณะที่สหประชาชาติกล่าวว่า “การหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมสามารถอำนวยความสะดวกในการเพิ่มจำนวนความช่วยเหลือมหาศาลที่จำเป็นมากแก่ผู้คนในดินแดนแห่งนี้”
“การรับเสบียงเป็นสัญญาณที่น่ากังวลว่าความสงบเรียบร้อยเริ่มพังทลายลงหลังจากสงครามดำเนินมานานถึง 3 สัปดาห์และการปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างแน่นหนา ผู้คนต่างหวาดกลัว หงุดหงิด และสิ้นหวัง” โทมัส ไวท์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการในฉนวนกาซาของหน่วยงานบรรเทาทุกข์และการทำงานของสหประชาชาติเพื่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) กล่าว
ไวท์เผยอีกว่า “การที่ผู้คนต้องพลัดถิ่นจำนวนมากจากทางตอนเหนือของฉนวนกาซาไปทางตอนใต้นั้นสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อชุมชน และทำให้บริการสาธารณะล้มเหลว…ความต้องการของชุมชนมีมากมาย เพียงเพื่อความอยู่รอดขั้นพื้นฐานเท่านั้น ในขณะที่ความช่วยเหลือที่เราได้รับมีน้อยและไม่สอดคล้องกัน”
Photo by MOHAMMED ABED / AFP




