กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า รัฐบาลทรัมป์อนุมัติการขายอาวุธใหม่มูลค่า 6,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้อิสราเอล และแพ็กเกจอาวุธแยกต่างหากมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับซาอุดีอาระเบีย
การประกาศขายอาวุธให้พันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน โดยเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงการต่างประเทศแจ้งต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับการอนุมัติการขายเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น (30 ม.ค.)
ยุทโธปกรณ์ที่ขายให้อิสราเอล
การขายให้กับอิสราเอลแบ่งออกเป็น 4 ส่วนแยกกัน รวมถึงส่วนหนึ่งสำหรับเฮลิคอปเตอร์โจมตีอาปาเชจำนวน 30 ลำ พร้อมอุปกรณ์และอาวุธที่เกี่ยวข้อง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับยานพาหนะทางยุทธวิธีขนาดเบาจำนวน 3,250 คัน
ข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์อาปาเชซึ่งจะติดตั้งเครื่องยิงจรวดและอุปกรณ์เล็งเป้าหมายขั้นสูง เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของแพ็กเกจทั้งหมด มีมูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนที่ใหญ่เป็นอันดับถัดมาคือ ยานพาหนะทางยุทธวิธีขนาดเบา ซึ่งจะใช้ในการเคลื่อนย้ายกำลังพลและโลจิสติกส์ “เพื่อขยายเส้นทางการสื่อสาร” สำหรับกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล และจะมีมูลค่า 1,980 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อิสราเอลจะใช้เงินเพิ่มอีก 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการจัดซื้อชุดพลังงานสำหรับรถลำเลียงพลหุ้มเกราะที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2008 ส่วนเงินอีก 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เหลือจะใช้จัดซื้อเฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ขนาดเบาจำนวนไม่มากนัก แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวน เพื่อเสริมอุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกันที่อิสราเอลมีอยู่แล้ว
ในแถลงการณ์ที่แยกกันแต่เกือบจะเหมือนกันเกี่ยวกับอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การขายครั้งใหม่นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค และทั้งหมดจะ “เพิ่มขีดความสามารถของอิสราเอลในการรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคต โดยการปรับปรุงความสามารถในการปกป้องพรมแดน โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และศูนย์กลางประชากรของอิสราเอล”
แถลงการณ์ระบุว่า “สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงของอิสราเอล และการช่วยเหลืออิสราเอลในการพัฒนาและรักษาขีดความสามารถในการป้องกันตนเองที่แข็งแกร่งและพร้อมสรรพนั้นมีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของชาติสหรัฐฯ”
ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าอิสราเอลกำลังเตรียมการเจรจากับรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับข้อตกลงด้านความมั่นคงฉบับใหม่ระยะเวลา 10 ปี โดยมุ่งหวังที่จะขยายการสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐฯ แม้ว่ารัฐบาลอิสราเอลจะพยายามลดการพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ก็ตาม

ยุทโธปกรณ์ที่ขายให้ซาอุดีอาระเบีย
การขายให้กับซาอุดีอาระเบียครั้งนี้เป็นการขายขีปนาวุธแพทริออตจำนวน 730 ลูกและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง “จะสนับสนุนนโยบายต่างประเทศและเป้าหมายด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา โดยการปรับปรุงความปลอดภัยของพันธมิตรหลักนอกกลุ่มนาโต ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอ่าว” กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุ
“ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้จะปกป้องกองกำลังภาคพื้นดินของซาอุดีอาระเบีย สหรัฐฯ และพันธมิตรในท้องถิ่น และจะปรับปรุงการมีส่วนร่วมของซาอุดีอาระเบียอย่างมีนัยสำคัญ” ในระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธแบบบูรณาการในภูมิภาค
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย คาลิด บิน ซัลมาน ได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ รวมถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
Photo by JUNG YEON-JE / AFP





