เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และบุคคลที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เริ่มอพยพทหารหลายร้อยนายออกจากฐานทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง แล้ว เพื่อเตรียมรับมือกับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่ออิหร่าน
แหล่งข่าวระบุว่า ทหารที่ฐานทัพอากาศอัล อูเดอิดกำลังถูกย้ายไปยังฐานทัพและโรงแรมอื่นๆ ในภูมิภาค เพื่อป้องกันอันตรายหากการโจมตีใดๆ ของสหรัฐฯ กระตุ้นให้เตหะรานตอบโต้ต่อผลประโยชน์ของอเมริกา
รัฐบาลกาตาร์กล่าวว่า กำลังมีการถอนกำลังพลออกจากฐานทัพ “เพื่อตอบสนองต่อความตึงเครียดในภูมิภาคในปัจจุบัน” โดยระบุในแถลงการณ์ว่า จะใช้ “มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเมืองและผู้อยู่อาศัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด”
ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนสหรัฐฯ ประจำซาอุดีอาระเบีย ได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่และพลเมืองอเมริกัน “เพิ่มความระมัดระวังและจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังฐานทัพใดๆ ในภูมิภาค”
กระทรวงการต่างประเทศและพัฒนาการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรประกาศเมื่อวันพุธว่าได้ “ปิดสถานทูตอังกฤษในกรุงเตหะรานเป็นการชั่วคราว”
ความพยายามนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ สำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นในอิหร่าน เพื่อตอบโต้การปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงของระบอบการปกครอง
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ชี้แจงต่อทีมงานด้านความมั่นคงแห่งชาติถึงสิ่งที่เขาต้องการให้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านบรรลุผล และขณะนี้กระทรวงกลาโหมได้ปรับแต่งทางเลือกต่างๆ เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ทางทหารของทรัมป์แล้ว ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คนและบุคคลที่คุ้นเคยกับการหารือ
ทางเลือกที่ปรับแต่งแล้วเหล่านั้นจะถูกนำเสนอต่อทรัมป์ในวันพุธ ตามที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งและบุคคลที่คุ้นเคยกับการหารือกล่าว
เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ฐานทัพทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคอาจตกเป็นเป้าหมายหากมีการโจมตีเกิดขึ้น
“ศูนย์กลางทางทหารและทางทะเลของสหรัฐฯ จะเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมายของเรา” โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวในคำแถลงที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่าน
ทั้งนี้ ทหารถูกถอนออกจากฐานทัพอัลอูเดอิดเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เพื่อสนับสนุนภารกิจของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ในอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ เรียกปฏิบัติการนี้ว่า “Midnight Hammer” และอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้ฐานทัพดังกล่าว การถอนทหารครั้งนั้นเป็นการดำเนินการในนาทีสุดท้ายโดยมีการประสานงานน้อยกว่าที่คาดไว้ บุคคลที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้กล่าว การถอนทหารในครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ประสานงานกันมากขึ้นก่อนเริ่มปฏิบัติการใดๆ บุคคลดังกล่าวกล่าว
-ตอบโต้การโจมตีใดๆ-
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าว 2 รายที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลในซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียแจ้งอิหร่านว่าจะไม่ยอมให้มีการใช้พื้นที่ทางอากาศหรือดินแดนของซาอุดีอาระเบียเพื่อโจมตีอิหร่าน
“ซาอุดีอาระเบียแจ้งเตหะรานโดยตรงว่าซาอุดีอาระเบียจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการทางทหารใดๆ ที่กระทำต่ออิหร่าน” แหล่งข่าวใกล้ชิดกับกองทัพซาอุดีอาระเบียกล่าวกับ AFP
แหล่งข่าวอีกรายที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลยืนยันว่า ข้อความดังกล่าวถูกส่งไปยังอิหร่านแล้ว
ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีฐานทัพหลายแห่งในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงในซาอุดีอาระเบีย ส่วนกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งดูแลภูมิภาคนี้ มีฐานอยู่ที่บาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรืออังกฤษด้วย
อาลี ชามคานี ที่ปรึกษาอาวุโสของ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เตือนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อวันพุธว่า การโจมตีอัล อูเดอิดเมื่อเดือนมิถุนายน แสดงให้เห็นถึง “เจตจำนงและความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้การโจมตีใดๆ”
หลังจากการโจมตีครั้งนั้น เจ้าหน้าที่กาตาร์ สหรัฐฯ และอิหร่านได้หารือกันทางโทรศัพท์หลายครั้ง ซึ่งนำไปสู่การลดความตึงเครียดและการหยุดยิง
Photo by RABIH MOGHRABI / AFP





