รายงานข่าวกรองล่าสุดจากสหรัฐฯ เตือนว่า “อิหร่านไม่น่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้ เพราะการควบคุมเส้นทางน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกนี้เป็นอำนาจต่อรองเดียวที่อิหร่านมีเหนือสหรัฐฯ”
ข้อค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าอิหร่านอาจยังคงปิดกั้นช่องแคบเพื่อรักษาราคาน้ำมันให้สูงอยู่เสมอ เพื่อกดดันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้หาทางออกอย่างรวดเร็วสำหรับสงครามที่ยืดเยื้อมา 5 สัปดาห์แล้ว
รายงานดังกล่าวยังแสดงให้เห็นล่าสุดว่าสงครามที่มุ่งทำลายกำลังทางทหารของอิหร่าน อาจเพิ่มอิทธิพลในภูมิภาคของอิหร่านมากขึ้นด้วยการแสดงให้เห็นว่าอิหร่านมีศักยภาพในการคุกคามเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้
ขณะที่ทรัมป์พยายามลดความสำคัญของความยากลำบากในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก เมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.) ที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนว่าจะเขาบอกเป็นนัยว่าอาจจะสั่งให้กองกำลังสหรัฐฯ เปิดเส้นทางน้ำดังกล่าว “ถ้ามีเวลาอีกหน่อย เราก็สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซ นำน้ำมันเข้ามา และร่ำรวยได้ง่ายๆ” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social
แต่ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนมานานแล้วว่า “การพยายามใช้กำลังกับอิหร่าน ซึ่งควบคุมฝั่งหนึ่งของช่องแคบ อาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงและดึงสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามภาคพื้นดินที่ยืดเยื้อ”
“ในการพยายามป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธทำลายล้างมวลชน สหรัฐฯ กลับมอบอาวุธทำลายล้างมวลชนให้กับอิหร่าน...อิหร่านเข้าใจดีว่าความสามารถในการขับเคลื่อนตลาดพลังงานโลกผ่านการควบคุมช่องแคบนั้น ‘มีศักยภาพมากกว่าอาวุธนิวเคลียร์เสียอีก’”
— อาลี วาเอซ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการอิหร่านของกลุ่มวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรป้องกันความขัดแย้ง กล่าว
อย่างไรก็ดี ท่าทีของทรัมป์เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในการเปิดช่องแคบได้เปลี่ยนไปแล้ว ในด้านหนึ่ง ทรัมป์กำหนดให้การยุติการปิดกั้นทางน้ำของอิหร่านเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของการหยุดยิง แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขากลับเรียกร้องให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่พึ่งพาน้ำมันและพันธมิตรนาโตเป็นผู้นำในการเปิดช่องแคบ
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า “ทรัมป์มั่นใจว่าช่องแคบจะเปิดในเร็วๆ นี้” ซึ่งแน่นอนว่า “อิหร่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ควบคุมการจราจรทางน้ำนี้หลังสงครามจบลง”
(Photo by SAHAR AL ATTAR / AFP)





