กองทัพสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินลำเลียงและเครื่องบินสินค้าจำนวนหนึ่งไปยังแคริบเบียนในสัปดาห์นี้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ซึ่งทรัมป์ขู่ว่าจะใช้กำลังทหาร
ตามข้อมูลการติดตามเที่ยวบินระบุว่า “ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เครื่องบินลำเลียงหนัก C-17 ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการขนส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ได้ทำการบินอย่างน้อย 16 เที่ยวบินไปยังเปอร์โตริโกจากฐานทัพทหารอเมริกัน” แต่ข้อมูลการสื่อสารของหน่วยควบคุมจราจรทางอากาศระบุว่า “จำนวนเที่ยวบินจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากเที่ยวบินทางทหารบางเที่ยวบินไม่ปรากฏบนเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบินสาธารณะ”
เครื่องบิน C-17 บินไปยังเปอร์โตริโกจากฐานทัพในนิวเม็กซิโก อิลลินอยส์ เวอร์มอนต์ ฟลอริดา แอริโซนา ยูทาห์ วอชิงตัน และญี่ปุ่น แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีกำลังพล หรือยุทโธปกรณ์อื่นๆ ขนส่งไปกับเที่ยวบินเหล่านั้นจำนวนเท่าใด
หน่วยบัญชาการทหารสหรัฐภาคใต้ระบุว่า “มีทหารประมาณ 15,000 นายประจำการอยู่ในทะเลแคริบเบียนแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในการระดมกำลังทางเรือครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” โดยเมื่อวันจันทร์ (22 ธ.ค.) ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกกองเรือนี้ว่า ‘กองเรือรบขนาดใหญ่’ พร้อมเผยว่า เขากำลังวางแผนที่จะดำเนินการทางบกในเวเนซุเอลา ‘ในไม่ช้า’
หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานเมื่อวันอังคาร (23 ธ.ค.) ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ ได้เคลื่อนย้ายเครื่องบินปฏิบัติการพิเศษไปยังทะเลแคริบเบียนเมื่อไม่นานมานี้เช่นกัน
นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม ทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งลับไปยังเพนตากอนเพื่อเริ่มใช้กำลังทหารต่อกลุ่มค้ายาเสพติดในละตินอเมริกาบางกลุ่มที่รัฐบาลของเขากำหนดให้เป็น ‘องค์กรก่อการร้าย’ นับตั้งแต่นั้นมาก็มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 รายจากการโจมตีทางเรือมากกว่า 24 ครั้ง
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการทหารได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาลทรัมป์ เนื่องจากรัฐสภาไม่ได้อนุมัติการโจมตีเหล่านี้ และไม่ได้ประกาศสงครามกับเวเนซุเอลาด้วย
(Photo by : MIGUEL J. RODRIGUEZ CARRILLO / AFP)





