สหรัฐฯ ประกาศออกใบอนุญาตชั่วคราว 30 วันให้ประเทศต่างๆ ซื้อน้ำมันรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่ลอยเคว้งอยู่กลางทะเล เนื่องจากไม่มีท่าเรือปลายทางกล้ารับซื้อเพราะกลัวถูกลงโทษเพิ่ม
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยว่า “เป็นขั้นตอนหนึ่งในการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงานโลกที่ปั่นป่วนจากสงครามอิหร่าน”
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการควบคุมราคาน้ำมัน หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน และการตอบโต้ของอิหร่านในเวลาต่อมา ได้ขยายความตึงเครียดในภูมิภาค ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาต ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซที่สำคัญในตะวันออกกลาง และทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น
ใบอนุญาตที่สหรัฐฯ ออกให้เมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) อนุญาตให้ส่งมอบและจำหน่ายน้ำมันดิบ รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่บรรทุกอยู่บนเรือตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม และมีผลใช้ได้จนถึงเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ในวันที่ 11 เมษายน
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของทำเนียบขาวว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันหลังจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลเกือบ 2 สัปดาห์ จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและผู้บริโภคของสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพรรครีพับลิกันของทรัมป์หวังที่จะรักษาการควบคุมรัฐสภาไว้
“มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่ ‘จำกัดขอบเขต’ และ ‘เป็นมาตรการระยะสั้น’ และจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางการเงินแก่รัฐบาลรัสเซีย การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันนี้เป็นความปั่นป่วนระยะสั้นและชั่วคราวที่จะนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาลต่อชาติและเศรษฐกิจของเราในระยะยาว”
— เบสเซนต์ กล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่บน X
มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบจากรัสเซียประมาณ 124 ล้านบาร์เรลลอยติดอยู่ในน่านน้ำกระจายออกไป 30 แห่งทั่วโลก ซึ่งใบอนุญาตของสหรัฐฯ จะช่วยจัดหาน้ำมันได้ประมาณ 5-6 วัน ทดแทนปริมาณน้ำมันที่ไม่สามารถไหลเข้าตลาดโลกได้ต่อ 1 วัน ซึ่งปกติจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ 20 ล้านบาร์เรล/วัน
แม้ว่าการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาดโลก แต่ก็อาจทำให้ความพยายามของชาตะวันตกที่ต้องการตัดรายได้สงครามยูเครนของรัสเซียซับซ้อนขึ้น และทำให้สหรัฐฯ ขัดแย้งกับพันธมิตรตัวเอง
ขณะที่ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน กล่าวหลังการประชุมทางโทรศัพท์กับผู้นำกลุ่ม G7 เมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อตลาดน้ำมันและก๊าซ ว่า “ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย”
เมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐฯ จะได้รับผลกำไรมหาศาลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น” ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกสภาบางคนที่กล่าวหาว่าเขาใส่ใจแต่คนรวยเท่านั้น
(Photo by Giuseppe CACACE / AFP)





