สหรัฐฯ ประกาศยกเลิก ‘มาตรการห้ามการค้าอาวุธกับกัมพูชา’ เมื่อวันพฤหัสบดี (6 พ.ย.) หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางมาเป็นพยานการลงนามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย และกัมพูชาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนก่อนได้สั่ง ‘ห้ามการส่งออกอาวุธไปยังกัมพูชา’ ในปี 2021 โดยอ้างถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของกองทัพจีนในกัมพูชา รวมถึงประเด็นปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทุจริต
ตามประกาศใน ‘Federal Register’ วารสารทางการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ระบุว่า หลังจากที่ทรัมป์ได้รับเครดิตในการนำไทย และกัมพูชามาร่วมโต๊ะเจรจาสงบศึกชายแดนร่วมกัน จากนั้น มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จึงได้ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว
“จากการที่กัมพูชามุ่งมั่นแสวงหาสันติภาพและความมั่นคงอย่างจริงจัง รวมถึงการร่วมมือกับสหรัฐฯ อีกครั้งในด้านความร่วมมือทางทหารและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จึงตัดสินใจที่จะยกเลิกมาตรการห้ามการค้าอาวุธกับกัมพูชา แต่การขายอาวุธให้กัมพูชาจะได้รับการอนุมัติเป็นรายกรณีและขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง”
— ประกาศดังกล่าว ระบุ
การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ พีต เฮกเซท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พบกับ เตีย เซย์ฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันศุกร์ (31 ต.ค.) ที่ผ่านมา และ ‘ตกลงที่จะเริ่มการซ้อมรบทวิภาคีร่วมกับกัมพูชาอีกครั้ง’
ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ข้อกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับอิทธิพลทางทหารของจีนในกัมพูชาได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการขยายฐานทัพเรือเรียมของจีน ซึ่งอาจทำให้จีนมีฐานประจำการใกล้กับน่านน้ำที่มีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
เกรกอรี โพลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศในวอชิงตัน เผยว่า “การเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นเชิงสัญลักษณ์” และตั้งข้อสังเกตุว่า “กัมพูชาจะมีความสนใจ หรือความสามารถในการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยของสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงใด”
“แนวโน้มความสัมพันธ์ในปัจจุบันสอดคล้องกับ ‘รูปแบบเดิมๆ’ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ทุกยุคพยายามรีเซ็ตความสัมพันธ์กับกัมพูชา เพราะคิดว่ากัมพูชาอาจเอนเอียงไปทางจีนมากเกินไป”
— โพลิง กล่าว
โพลิง บอกอีกว่า “รัฐบาลทรัมป์ดูไม่ค่อยกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชนมากเท่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยุคก่อนๆ ดังนั้นบางทีช่องทางนี้อาจยั่งยืนกว่าความพยายามในอดีต แม้ว่าจะยังไม่มีสัญญาณว่ากัมพูชาจะอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าใช้พื้นที่ ฐานทัพเรือเรียม ซึ่งดูเหมือนจะกันไว้สำหรับใช้งานเฉพาะของจีนก็ตาม...ผมคาดว่านั่นจะเป็นบททดสอบที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่นี้ในความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศ”
(Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP)





