เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า “บริษัทจีนกำลังหารือการขายอาวุธให้อิหร่าน โดยวางแผนที่จะส่งอาวุธผ่านประเทศอื่นเพื่อปกปิดที่มาของความช่วยเหลือทางทหาร”
“บริษัทจีนและเจ้าหน้าที่อิหร่านได้หารือถึงการถ่ายโอนอาวุธ แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีการส่งอาวุธไปแล้วจำนวนเท่าใด หรือเจ้าหน้าที่จีนอนุมัติการขายในระดับใด”
— รายงานระบุ
การเปิดเผยข้อมูลใหม่นี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อประธานาธิบดีทรัมป์ให้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือระหว่างที่เขาเยือนกรุงปักกิ่งในสัปดาห์นี้ แต่คำถามก็คือ ‘ทรัมป์จะทำเช่นนั้นหรือไม่’ แม้ว่าที่ผ่านมา ทรัมป์มักจะกดดันผู้นำประเทศเล็กๆ ระหว่างการเยือนทำเนียบขาว แต่ดูเหมือนว่าการเยือนจีนครั้งนี้ ทรัมป์ดูเหมือนตั้งใจที่จะ ‘ปรับ’ ความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.) ว่า เขาตั้งใจที่จะพูดคุยกับ สี จิ้นผิง เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเสริมว่า “ผู้นำจีนจัดการประเด็นอิหร่านได้ ‘ค่อนข้างดี’”
เจ้าหน้าที่ที่ได้รับทราบข้อมูลข่าวกรองมีความเห็นแตกต่างกันว่า “อาวุธจากจีนได้ถูกส่งไปยังประเทศที่สามแล้วหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีอาวุธของจีนถูกนำมาใช้ในสนามรบกับกองกำลังสหรัฐฯ หรืออิสราเอล นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายเริ่มทำสงครามกับอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์”
สำนักข่าว The New York Times รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า “หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้รับข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าจีนอาจถ่ายโอนขีปนาวุธแบบพกพา (MANPADS) ให้กับอิหร่าน ซึ่งอาวุธดังกล่าวสามารถยิงเครื่องบินที่บินต่ำได้” นอกจากนี้ ข้อมูลข่าวกรองยังแสดงให้เห็นว่าจีนกำลังพิจารณาการส่งมอบอาวุธดังกล่าวเพิ่มเติม แต่หลังจากมีรายงานข่าวออกมา ทรัมป์ก็บอกว่าเขาได้ขอให้ สี จิ้นผิง ไม่อนุญาตให้มีการถ่ายโอนอาวุธใดๆ ไปยังอิหร่าน
เจ้าหน้าที่อเมริกันเชื่อว่าความพยายามของจีนในการจัดหาอุปกรณ์ทางทหารให้กับอิหร่านนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องการให้รัฐบาลจีนสกัดกั้นการถ่ายโอนอาวุธใดๆ
ขณะที่คณะผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นในทันที และให้รายละเอียดเกี่ยวกับการร่วมมือกับจีนน้อยมาก แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเคยกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมว่า “อิหร่านได้รับความร่วมมือทางทหารจากจีนและรัสเซีย” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่าพวกเขาไม่เชื่อว่ารัฐบาลจีนอนุมัติการสนับสนุนอิหร่านอย่างเป็นทางการ แต่การเจรจาระหว่างบริษัทจีนกับอิหร่านนั้นก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นโดยที่รัฐบาลจีนไม่รับรู้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังบอกอีกว่า “อย่างน้อยหนึ่งในประเทศที่สามอยู่ในทวีปแอฟริกา แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีการส่งมอบอาวุธไปยังประเทศนั้นแล้วหรือไม่”
นับตั้งแต่เริ่มสงคราม จีนได้ให้ข้อมูลข่าวกรองและเข้าถึงดาวเทียมสอดแนมแก่อิหร่าน ซึ่งใช้ติดตามตำแหน่งของกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค นอกจากนี้ จีนยังจัดหาชิ้นส่วนที่ใช้งานได้สองทาง เช่น เซมิคอนดักเตอร์, เซนเซอร์ และอุปกรณ์แปลงแรงดันไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งอิหร่านต้องการในการผลิตโดรน ขีปนาวุธ และอาวุธอื่นๆ
แต่สำหรับอาวุธสำเร็จรูปนั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไป แผนการส่งอาวุธผ่านประเทศอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าจีนต้องการเก็บการถ่ายโอนอาวุธไปยังอิหร่านเป็นความลับ
อย่างไรก็ดี จีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของน้ำมันอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งอิหร่านขายให้กับจีนในราคาต่ำกว่าราคาตลาด นอกจากนี้ จีนยังพึ่งพาน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอย่างมาก จึงเป็นไปได้ว่าความสัมพันธ์ด้านพลังงานเป็นแรงจูงใจให้จีนสนับสนุนอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องการให้เรือบรรทุกน้ำมันที่มุ่งหน้าไปยังตลาดของจีนสามารถผ่านช่องแคบดังกล่าวได้
แต่สงครามได้ตัดขาดการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบโดยสิ้นเชิง และข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุได้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูการจราจรทางเรือตามปกติได้ ซึ่งสร้างปัญหาให้กับจีน แม้จีนจะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่าประเทศมหาอำนาจอื่นๆ แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้กำลังสร้างแรงกดดันต่อตลาดส่งออกของจีน
(Photo by Iranian Army office / AFP)





