สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า เที่ยวบินของสายการบินอะแลสกาแอร์ไลน์ (Alaska Airlines) ของสหรัฐฯ ที่มุ่งหน้าสู่ซานฟรานซิสโกถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน หลังจากที่นักบินซึ่งไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในห้องนักบินพยายามดับเครื่องยนต์ของเครื่องบินกลางอากาศ
ตามคำแถลงขององค์การบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ระบุว่า “เที่ยวบินของสายการบินอะแลสกาแอร์ไลน์หมายเลข 2059 ที่ให้บริการโดยสายการบินภูมิภาคฮอไรซัน แอร์ (Horizon Air) จากเอเวอเรตต์ รัฐวอชิงตัน ถูกเปลี่ยนเส้นทางเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังมีรายงานภัยคุกคามด้านความปลอดภัย”
FAA บอกกับสายการบินต่างๆ ว่า “บุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยพยายามปิดการใช้งานเครื่องยนต์บนเครื่องบินเจ็ตภูมิภาคเอ็มบราเออร์ 175 (Embraer 175) ด้วยการติดตั้งระบบดับเพลิง แต่ลูกเรือสามารถควบคุมชายคนดังกล่าวและนำเขาออกจากห้องนักบินได้
“เราแค่จะแจ้งให้คุณทราบ เราได้ตัวผู้ต้องสงสัยที่พยายามดับเครื่องยนต์และนำตัวออกจากห้องนักบินแล้ว เราต้องการการบังคับใช้กฎหมายทันทีที่เราลงจอด” นักบินบอกกับหน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศของ FAA ตามเสียงที่โพสต์โดย LiveATC
คำแถลงจากสำนักงานตำรวจประจำมณฑลมัลท์โนมาห์ระบุเพียงว่า “ชายวัย 44 ปีรายหนึ่งถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า 83 กระทงและทำให้เครื่องบินตกอยู่ในอันตราย โดยจำนวนการพยายามฆ่าจะนับผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบิน
ขณะที่ รายงานข่าวต่างๆ รวมทั้งจาก CNN ก็ออกมาระบุภายหลังว่าผู้ถูกจับกุมคือ ‘โจเซฟ เอเมอร์สัน’
อย่างไรก็ดี FAA บอกกับสายการบินต่างๆ ในประกาศแยกต่างหากเมื่อวันจันทร์ (24 ต.ค.) ว่า “คดีดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์โลกในปัจจุบันแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของสายการบินอแลสกา แอร์ไลน์ระบุว่า “กัปตันและเจ้าหน้าที่คนแรกตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อเหตุฉุกเฉินดังกล่าว โดยที่กำลังของเครื่องยนต์ไม่สูญเสียไป และลูกเรือสามารถควบคุมเครื่องบินได้โดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น…ผู้โดยสารทุกคนบนเครื่องสามารถเดินทางในเที่ยวบินถัดไปได้”
“เรารู้สึกขอบคุณสำหรับการจัดการสถานการณ์อย่างมืออาชีพโดยลูกเรือของเที่ยวบินฮอไรซัน และขอขอบคุณแขกของเราที่ใจเย็นและอดทน”




