สหรัฐฯ เคยเตรียมบุกยึดยูเรเนียมอิหร่านแต่ทรัมป์ยกเลิกเพราะเสี่ยงถูกโต้กลับรุนแรง

14 มิ.ย. 2569 - 11:50

  • ลักษณะการบรรยายสรุปในระดับสูงและความเร่งด่วนนี้เน้นย้ำว่า ฝ่ายบริหารเกือบจะอนุมัติปฏิบัติการภาคพื้นดินที่มีความเสี่ยงสูงนี้แล้ว

  • ทรัมป์ระงับแผนดังกล่าวไว้ชั่วคราว หลังจากได้รับการเตือนว่า การกระทำนั้นอาจกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้รุนแรงจากอิหร่าน

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์แสดงความสงสัยว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จะสามารถค้นหาและตรวจสอบยูเรเนียมทั้งหมดได้หรือไม่

สหรัฐฯ เคยเตรียมบุกยึดยูเรเนียมอิหร่านแต่ทรัมป์ยกเลิกเพราะเสี่ยงถูกโต้กลับรุนแรง

แหล่งข่าว 2 รายที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า นายพลระดับสูงของสหรัฐฯ ได้เดินทางไปเยือนกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ในรัฐฟลอริดาอย่างลับๆ และเร่งด่วนเมื่อปลายเดือนที่แล้ว เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปด้วยตนเองเกี่ยวกับแผนการที่กองทัพสหรัฐฯ จะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่านเพื่อยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จำเป็นในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์

แหล่งข่าวระบุว่า การบรรยายสรุปครั้งนี้เร่งด่วนและละเอียดอ่อนมาก จนทำให้พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ต้องรีบเดินทางจากที่ประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของนาโตในกรุงบรัสเซลส์ ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกลับมายังแทมปา รัฐฟลอริดา ในวันที่ 19 พฤษภาคม แหล่งข่าวกล่าวว่า ลักษณะการบรรยายสรุปในระดับสูงและความเร่งด่วนนี้เน้นย้ำว่า ฝ่ายบริหารเกือบจะอนุมัติปฏิบัติการภาคพื้นดินที่มีความเสี่ยงสูงนี้แล้ว

โฆษกคณะเสนาธิการร่วมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมการสำหรับปฏิบัติการที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า จากนั้นเคนได้บรรยายสรุปให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทราบถึงทางเลือกต่างๆ สำหรับปฏิบัติการดังกล่าว

แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้ระงับแผนดังกล่าวไว้ชั่วคราว หลังจากได้รับการเตือนว่า การกระทำนั้นอาจกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้รุนแรงจากอิหร่าน ซึ่งจะทำให้สงครามยืดเยื้อและทำให้เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในความปั่นป่วนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากฝ่ายสหรัฐฯ

การวางแผนขั้นสูงสำหรับปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางคำแถลงของทรัมป์หลายครั้งที่ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและสรุปการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจะลงนามในข้อตกลงในเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจจะเป็นช่วงสุดสัปดาห์นี้

แต่การหารือเกี่ยวกับการส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่านเมื่อเดือนที่แล้วแสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ ใกล้จะยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่เพียงใด

“มีความเสี่ยงมาก” แหล่งข่าวรายหนึ่งที่คุ้นเคยกับแผนการปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นเผย และบอกอีกว่า ไม่น่าแปลกใจที่ทรัมป์เลือกที่จะไม่ให้ไฟเขียวแก่กองทัพเมื่อเดือนที่แล้ว

แหล่งข่าว 3 คนที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้เปิดเผยกับ CNN ว่า อิหร่านกำลังวางแผนใช้ “มาตรการขั้นรุนแรง” ทางเศรษฐกิจ หากการเจรจากับสหรัฐฯ ล้มเหลวและสงครามปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายคือ การให้กลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นกองกำลังตัวแทนหลักของอิหร่านในเยเมน ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญและจุดคอขวดทางการค้าโลก ที่เป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งสินค้าเข้าสู่ทะเลแดง ท่ามกลางการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านมานานหลายเดือน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ตอบคำขอความคิดเห็นจาก CNN เมื่อวันศุกร์ โดยระบุเงื่อนไขที่อิหร่านตกลงยอมรับในการเจรจา ซึ่งรวมถึงการทำลายและกำจัดวัสดุนิวเคลียร์ การยุบโครงการนิวเคลียร์ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติการให้เงินสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่อิหร่านให้การสนับสนุน และหลังจากนั้นอิหร่านจึงจะได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร

สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ข้อตกลงในมุมมองของอิหร่านนั้นแตกต่างออกไปมาก โดยระบุว่า อิหร่านจะไม่ยอมสละสิทธิ์ในการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ และข้อตกลงใดๆ ก็ตามจะต้องมีการปล่อยเงินทุนที่ถูกอายัดไว้ของอิหร่านจำนวน 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยทันที

หัวหน้าพิพิธภัณฑ์อัสตัน กอดส์ ราซาวี ของอิหร่าน ถือตัวอย่างยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2006 (Photo by FARS NEWS / AFP)
หัวหน้าพิพิธภัณฑ์อัสตัน กอดส์ ราซาวี ของอิหร่าน ถือตัวอย่างยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2006 (Photo by FARS NEWS / AFP)

ยูเรเนียมของอิหร่าน

การเข้าถึงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของทรัมป์ที่ยังไม่สำเร็จจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะผ่านการเจรจาหรือกำลังทหาร

แม้ว่าทรัมป์จะพูดถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเข้าไปยึดยูเรเนียมโดยใช้กำลัง แต่เขาก็ลังเลที่จะดำเนินการใดๆ ที่อาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในสหรัฐฯ ซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าชาวอเมริกันจะสนับสนุนหรือไม่

ในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News เกี่ยวกับอีกทางเลือกหนึ่งทางทหารของสหรัฐฯ ที่น่าจะนำไปสู่การสูญเสียจำนวนมาก นั่นคือ การเข้าควบคุมเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “ผมไม่รู้ว่าอเมริกาจะกล้าทำแบบนั้นหรือเปล่า”

ถึงแม้จะมีความเสี่ยง แต่ภารกิจในการยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 970 ปอนด์ (440 กิโลกรัม) ที่มีความเข้มข้นสูงใกล้เคียงกับระดับที่ใช้ผลิตอาวุธ ยังไม่ได้ถูกยกเลิกไปโดยสิ้นเชิง

แหล่งข่าวบอกกับ CNN ว่า ความไม่พอใจของทรัมป์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอิหร่านยังคงลังเลที่จะให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับข้อตกลงที่จะทำให้อิหร่านยอมผ่อนปรนอย่างมากในโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ ซึ่งรวมถึงการสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงโดยสมัครใจ คลังยูเรเนียมดังกล่าวถูกกระจายอยู่ตามโรงงานนิวเคลียร์หลายแห่งของอิหร่าน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่โรงงานอิสฟาฮาน นาทันซ์ และฟอร์โดว์ และถูกฝังอยู่ลึกภายในอุโมงค์ต่างๆ

ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์แสดงความสงสัยว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จะสามารถค้นหาและตรวจสอบยูเรเนียมทั้งหมดได้หรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น การกำจัดยูเรเนียมทั้งหมดอย่างปลอดภัยและสมบูรณ์ภายใต้สภาวะที่ไม่เป็นมิตรนั้นเป็นไปได้ยาก โดยเชื่อกันว่าวัสดุดังกล่าวยังคงอยู่ในรูปก๊าซ เช่นเดียวกับในขณะที่องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ตรวจสอบครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2025

อิหร่านปิดกั้นผู้ตรวจสอบนิวเคลียร์ระหว่างประเทศในเดือนถัดมา หลังจากการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน การโจมตีเหล่านั้นสร้างความเสียหายให้กับโรงงานนิวเคลียร์ แต่ไม่ได้ทำลายวัสดุนิวเคลียร์ทั้งหมด โดยยังคงอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน

ราฟาเอล มาเรียโน กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ของ IAEA เตือนในบทสัมภาษณ์ล่าสุดว่า คลังสะสมที่มีอยู่สามารถทำให้อิหร่านสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้มากถึง 10 ลูก หากตัดสินใจที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ตามแหล่งข่าว 2 แหล่งเผยว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ มั่นใจว่ารู้ตำแหน่งของยูเรเนียมทั้งหมดเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่มาจากการเฝ้าระวังทางอากาศอย่างต่อเนื่อง แหล่งข่าวหลายแห่งที่ได้รับทราบเรื่องนี้บอกว่า นอกจากยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงแล้ว อิหร่านยังมียูเรเนียมคุณภาพต่ำจำนวนมากที่สามารถนำมาผลิตเป็น “ระเบิดกัมมันตรังสี” (dirty bomb) ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงได้ โดยจนถึงขณะนี้ การเจรจามุ่งเน้นไปที่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งใกล้เคียงกับเกรดที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า

รายงานจาก CNN ระบุว่า การเข้าถึงยูเรเนียมทางกายภาพนั้นจำเป็นต้องใช้กำลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ จำนวนมาก รวมถึงหน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายร้อยนาย

แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า “การค้นหาในอุโมงค์และถังบรรจุทั้งหมดนั้นยากมาก เราต้องตั้งฐานกำลังขนาดใหญ่ โดยพื้นฐานแล้ว เราต้องบุกเข้าไป”

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับแนวทางดังกล่าวระบุว่า ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ได้ประเมินว่าปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ระหว่าง “สูงถึงสูงมาก” สำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งหมายความว่าภารกิจนี้อาจส่งผลให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจำนวนมาก แม้ว่าจะดำเนินการสำเร็จก็ตาม

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลยอมรับเมื่อวันศุกร์ว่า การนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกไป แม้ว่าอิหร่านจะยินยอมให้ดำเนินการ ก็ยังเป็นเรื่องท้าทาย และรายละเอียดทางเทคนิคยังไม่ได้รับการกำหนดอย่างชัดเจน

“อิหร่านให้คำมั่นว่าจะทำลายและกำจัดวัสดุเสริมสมรรถนะ แต่จะทำอย่างไร ต้องใช้เวลาสักหน่อยในการคิดหาวิธีการ” เจ้าหน้าที่กล่าว “นี่เป็นวัสดุที่ติดไฟง่ายมาก อันตรายมาก เราไม่สามารถแค่เอารถขุดดินกับคนงานแบกเป้ไปเริ่มขุดมันออกมาได้”

ความเสี่ยงจากการตอบโต้ของอิหร่าน

หากมีการปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อยึดยูเรเนียม ความเสี่ยงต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่การประเมินข่าวกรองได้เตือนไว้ อาจส่งผลร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลก

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการประเมินข่าวกรองของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมาบอกกับ CNN ว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มฮูตีไม่ได้กลับมาโจมตีเรือของสหรัฐฯ หรือเรือของยุโรปอื่นๆ ในวงกว้าง แต่ประกาศว่า เรือใดๆ ที่ติดธงหรือเป็นของอิสราเอลก็เป็นเป้าหมายได้ แหล่งข่าวเผยว่า การขยายขอบเขตของเป้าหมายที่เป็นไปได้นอกเหนือจากเรือของอิสราเอลจะเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างร้ายแรง

แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านชะลอการขอความช่วยเหลือจากกลุ่มฮูตีเพื่อดำเนินการขั้นนั้นไว้เพียงเพราะพวกเขารู้ว่าอาจทำให้การเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ล้มเหลว

แต่ก็ยังคงเป็นไพ่ที่อิหร่านสามารถใช้ได้หากการเจรจาล้มเหลวและสหรัฐฯ กลับมาปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบอีกครั้ง

แหล่งข่าวกล่าวว่า กองทัพประจำการของอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก ดังนั้นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับกองทัพสหรัฐฯ หากทรัมป์สั่งการให้ดำเนินการสกัดยูเรเนียม น่าจะเป็นอุโมงค์ที่มีกับระเบิดซึ่งเป็นที่เก็บยูเรเนียม รวมถึงขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานและขีปนาวุธแบบประทับบ่ายิง นอกจากนี้ อิหร่านยังคงมีโดรนและขีปนาวุธจำนวนมากอยู่ในครอบครอง

ก่อนหน้านี้ เคนและผู้นำทางทหารคนอื่นๆ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับขนาด ความซับซ้อน และศักยภาพในการสูญเสียของสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่ยืดเยื้อ เขาและบุคคลอื่นๆ ภายในเพนตากอนยังได้เตือนก่อนที่สหรัฐฯ จะเริ่มสงครามกับอิหร่านว่า การปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อคลังอาวุธและความพร้อมทางทหารของสหรัฐฯ

แม้ว่าก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการยึดครองยูเรเนียม แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 มิ.ย.) เขากลับปฏิเสธตัวเลือกดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์จากห้องทำงานรูปไข่

“ไม่มีใครเข้าใกล้ได้เลย เพราะมันถูกฝังอยู่ใต้ภูเขา” ทรัมป์เผย

Photo by AFP 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์