สหรัฐฯ ได้เพิ่มบริษัท Alibaba ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของจีน, บริษัท Baidu ผู้ให้บริการระบบสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต, และบริษัท BYD ผู้ผลิตรถยนต์ เข้าไปในรายชื่อบริษัทที่สหรัฐฯ เชื่อว่าให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่จีน ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
สหรัฐฯ เพิ่งออก ‘บัญชีดำฉบับใหม่’ มาแทนฉบับเดิมเมื่อต้นปี 2025 โดยประกาศนี้ออกมาไม่ถึงเดือนหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปเจอ สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่เพิ่งตกลงจะ ‘พักรบสงครามการค้า’ กันชั่วคราว แต่สุดท้ายสหรัฐฯ ก็ประกาศแบนเพิ่มทันที
ปัจจุบัน รายชื่อดังกล่าวครอบคลุมบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารและอุตสาหกรรมของรัฐบาลจีน การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านความมั่นคงของรัฐบาลสหรัฐฯ ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงระหว่างทั้งสองประเทศ
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในช่วงที่กำหนดการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ ยังไม่มีความแน่นอน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายชื่อบัญชีดำ ‘1260H’ หรือ ‘CMC’ ออกมาแวบหนึ่ง แต่แล้วก็รีบดึงรายชื่อนั้นกลับคืนไปอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่มีการอธิบายเหตุผลใดๆ
บัญชีดำชุดใหม่ที่เพิ่งประกาศออกมาเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) นั้นคล้ายคลึงกับรายชื่อที่เคยถูกถอนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์แทบทุกประการ เว้นแต่ ในรอบนี้มีการเพิ่มรายชื่อ CXMT และ YMTC สองบริษัทผู้ผลิตชิปความจำยักษ์ใหญ่ของจีนเข้าไปด้วย หลังจากที่ทั้งสองบริษัทนี้เคยถูกถอดออกไปในรายชื่อฉบับเดือนกุมภาพันธ์ จนสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มนักการเมืองสายเหยี่ยว (กลุ่มที่เน้นนโยบายแข็งกร้าวต่อจีน) ในสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีบริษัทชื่อดังอื่น ๆ ที่ถูกเพิ่มชื่อเข้ามาด้วย เช่น WuXi AppTec บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพ, RoboSense Technology บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ขับเคลื่อนด้วย AI และ Unitree ผู้นำด้านการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาของจีน
การแบน Unitree เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัท Nvidia ยักษ์ใหญ่ด้านชิป AI ของสหรัฐฯ เพิ่งประกาศไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนว่า มีแผนจะร่วมมือกับ Unitree เพื่อสร้างหุ่นยนต์สำหรับนักวิจัย ซึ่งการประกาศเพิ่มชื่อในบัญชีดำครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อแผนงานดังกล่าว
ขณะที่สถานทูตจีนในสหรัฐฯ ระบุว่า “จีน ‘คัดค้าน’ การจัดทำรายชื่อที่เลือกปฏิบัติเพื่อเล่นงานบริษัทจีน และยืนยันว่าบริษัทของจีนปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่น” ด้านโฆษกสถานทูตกล่าวในแถลงการณ์ว่า “สหรัฐฯ ควรหยุดการกระทำที่ผิดพลาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรม ยุติธรรม และปราศจากการเลือกปฏิบัติสำหรับบริษัทจีน”
อย่างไรก็ดี บริษัทบางแห่งถูกถอดชื่อออกจากบัญชีดำรอบนี้ ซึ่งรวมถึง 2 บริษัทในเครือของ ‘CNOOC’ รัฐวิสาหกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่ของจีน ได้แก่ CNOOC China Ltd และ CNOOC International Trading แต่สหรัฐฯ กลับเพิ่มชื่อ China BlueChemical Limited ซึ่งเป็นบริษัทลูกอีกแห่งหนึ่งของ CNOOC เข้าไปแทน โดยเอกสารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่า “กลุ่มบริษัท CNOOC ทั้งหมดนั้น อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงจากรัฐบาลจีน”
รัฐบาลสหรัฐฯ ชี้แจงว่า “บางครั้งบริษัทอาจถูกถอดออกจากรายชื่อ ไม่ใช่เพราะสหรัฐฯ พิจารณาว่าบริษัทเหล่านั้นไม่ได้เชื่อมโยงกับกองทัพจีน แต่เป็นเพราะบริษัทเหล่านั้นไม่ได้ดำเนินงานในสหรัฐฯ อีกต่อไป หรือเพราะชื่อของบริษัทเปลี่ยนไป”
“บริษัทที่อยู่ในรายชื่อเข้าข่ายที่จะถูกกำหนดให้เป็น ‘บริษัททางทหารของจีน’ และดำเนินกิจการในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ต้องยื่นอย่างน้อยปีละครั้งตามกฎหมายของสหรัฐฯ แต่บริษัทเหล่านี้ก็สามารถยื่นคำร้องขอให้ถอดออกจากรายชื่อได้”
— กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุ
(Photo by Evan Vucci / POOL / AFP)





