ทำเนียบขาวระบุเมื่อวันพฤหัสบดี (9 พ.ย.) ที่ผ่านมาว่า อิสราเอลตกลงที่จะหยุดปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ต่างๆ ของฉนวนกาซาทางตอนเหนือเป็นเวลา 4 ชั่วโมงต่อวัน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าการสู้รบจะบรรเทาลงแต่อย่างใด โดยการปะทะกันนี้คร่าชีวิตผู้คนทั้ง 2 ฝ่ายทะลุหมื่นรายไปแล้ว
“การหยุดชั่วคราวจะช่วยให้ผู้คนหลบหนีไปตามระเบียงมนุษยธรรม (humanitarian corridor) 2 แห่งและช่วยปล่อยตัวประกันได้ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ” จอห์น เคอร์บี โฆษกความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวกล่าว แต่นายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู บอกว่า “การหยุดชั่วคราวใดๆ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแผนการหยุดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ”
เมื่อนักข่าวถามว่า ‘จะมีการหยุดสู้รบหรือไม่?’ เนทันยาฮูก็บอกว่า “ไม่ การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป แต่ในสถานที่เฉพาะเจาะจงในช่วงเวลาที่กำหนด 2-3 ชั่วโมงที่นี่ หรือไม่กี่ชั่วโมงที่นั่น เราต้องการอำนวยความสะดวกให้พลเรือนเดินทางปลอดภัยออกจากพื้นที่สู้รบ และเรากำลังทำเช่นนั้น”
ขณะเดียวกันก็ไม่มีรายงานว่าการสู้รบจะสงบลงบนพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา อย่างไรก็ดี เมื่อไม่กี่วันมานี้ อิสราเอลอนุญาตให้พลเรือนเดินทางได้อย่างปลอดภัยตามเส้นทางหลักของฉนวนกาซาทางใต้เป็นเวลา 3 หรือ 4 ชั่วโมงในแต่ละวัน โดยทำเนียบขาวระบุว่าจะเปิดเส้นทางที่ 2
“เรากำลังดำเนินการตามท้องถิ่นและกำหนดมาตรการเพื่อให้พลเรือนปาเลสไตน์ออกจากเมืองกาซาไปทางทิศใต้เพื่อที่เราจะได้ไม่ทำร้ายพวกเขา สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เบี่ยงเบนความสนใจจากการสู้รบในสงคราม” โยอาฟ กัลลันต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลกล่าว
ในการแถลงข่าวช่วงค่ำ พล.ร.ต.ดาเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอลเผยว่า “กองกำลังได้ละเมิดสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น ‘เขตรักษาความมั่นคงของกลุ่มฮามาส’ ในฉนวนกาซาตอนเหนือ ซึ่งรวมถึงศูนย์บัญชาการ โรงงานผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ และตำแหน่งอื่นๆ”
“เราต่อสู้และกำจัดผู้ก่อการร้ายกว่า 50 ราย เราพบอาวุธมากมาย นอกจากนี้เรายังพบเอกสารข่าวกรองมากมายที่เราจะศึกษาเพิ่ม เรายังคงเคลียร์พื้นที่นี้และพื้นที่อื่นๆ ต่อไป” ฮาการีกล่าว
แต่สหประชาชาติกล่าวว่าการหยุดชั่วคราวจำเป็นต้องได้รับการประสานงาน
สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติกล่าวว่า “แผนใดๆ ก็ตามสำหรับการหยุดพักการสู้รบจะต้องได้รับการประสานงานกับสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องเวลาและสถานที่…และเห็นได้ชัดว่า เพื่อที่จะทำสิ่งนี้ได้อย่างปลอดภัยสำหรับวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรม โดยจะต้องได้รับการตกลงกับทุกฝ่ายจึงจะมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง”
ขณะที่ แจน เอเกลันด์ เลขาธิการสภาผู้ลี้ภัยนอร์เวย์บอกว่า “หากไม่มีการหยุดยิง การปิดล้อม การทิ้งระเบิดและทำสงครามตามอำเภอใจ ชีวิตมนุษย์ก็จะจมอยู่ในกองเลือดต่อไป”
Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP




