สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทำเนียบขาวระบุว่า วัตถุลอยฟ้าที่ถูกยิงตกไป 3 ลูกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยกองทัพสหรัฐฯ นั้นไม่เป็นอัตราย แม้จะถูกเชื่อมโยงกับประเด็นที่กล่าวหาว่าจีนแอบส่งเข้ามาเพื่อสอดแนมก็ตาม
“วัตถุดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับหน่วยงานเชิงพาณิชย์หรือการวิจัย ดังนั้นจึงไม่เป็นอันตราย” จอห์น เคอร์บี ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติกล่าว
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแคนาดายังไม่ได้ระบุตำแหน่งหรือเก็บกู้ซากวัตถุลอยฟ้าดังกล่าวทั้ง 3 ลูก โดยก่อนหน้านี้ ปักกิ่งก็กล่าวหาสหรัฐฯ ว่า ‘กระหายที่จะทำสงครามจนเกินเหตุ’
ขณะที่จีนเองก็ปฏิเสธว่าบอลลูนลูกหนึ่งซึ่งถูกทำลายโดยเครื่องบินรบของสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. บริเวณนอกชายฝั่งเซาท์แคโรไลนานั้นไม่ได้ใช้ในการสอดแนม พร้อมทั้งระบุว่ามันเป็นเพียงบอลลูนตรวจสภาพอากาศที่ลอยออกไปนอกเส้นทางเท่านั้น
จากแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (14 ก.พ.) ที่ผ่านมา เคอร์บี กล่าวว่า “เป็นการยากที่จะระบุวัตถุประสงค์หรือที่มาของวัตถุลอยฟ้าอีก 3 ลูกจนกว่าจะพบและวิเคราะห์เศษซาก”
“เราไม่เห็นสิ่งบ่งชี้หรือสิ่งใดที่ชี้ชัดถึงแนวคิดที่ว่าวัตถุทั้ง 3 นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสอดแนมของจีน…สิ่งเหล่านี้อาจเป็นบอลลูนที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานเชิงพาณิชย์หรือการวิจัย ดังนั้นจึงไม่เป็นพิษเป็นภัย และยังไม่มีบริษัท องค์กร หรือรัฐบาลใดที่อ้างสิทธิ์ในวัตถุดังกล่าว”
มาร์ก มิลลีย์ นายพลระดับสูงของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ในการโจมตีครั้งล่าสุดเหนือทะเลสาบฮูรอน ขีปนาวุธไซด์ไวน์เดอร์ลูกแรกที่ยิงโดยเครื่องบินรบ F-16 ของสหรัฐฯ นั้นพลาดเป้า
“กระสุนนัดแรกพลาด แต่นัดที่สองโดน…เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าน่านฟ้านั้นชัดเจนจนถึงช่วงที่มีประสิทธิผลสูงสุดของขีปนาวุธ และในกรณีนี้ขีปนาวุธลงจอดโดยไม่เป็นอันตรายในทะเลสาบฮูรอน” เขากล่าวระหว่างเยือนกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคาร (14 ก.พ.)
ในขณะเดียวกัน หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของสหรัฐฯ ในวันอังคารด้วยเช่นกัน “หลายคนในสหรัฐฯ ต่างตั้งคำถามว่าการดำเนินการที่มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นนี้จะมีประโยชน์อะไรต่อสหรัฐฯ และผู้เสียภาษี”
อย่างไรก็ดี เซ็นเซอร์จากบอลลูนของจีนที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ในการสอดแนมซึ่งถูกยิงตกในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้นก็ได้รับการกู้คืนจากมหาสมุทรแอตแลนติกแล้วในวันจันทร์ (13 ก.พ.) ที่ผ่านมา และกำลังอยู่ในกระบวนการวิเคราะห์โดยสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI)
กองบัญชาการเหนือของสหรัฐฯ ระบุว่า “พบเศษชิ้นส่วนสำคัญจากบอลลูนลูกนี้ รวมถึงเซ็นเซอร์สำคัญและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดนอกชายฝั่งเซาท์แคโรไลนา”
“วัตถุดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับหน่วยงานเชิงพาณิชย์หรือการวิจัย ดังนั้นจึงไม่เป็นอันตราย” จอห์น เคอร์บี ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติกล่าว
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแคนาดายังไม่ได้ระบุตำแหน่งหรือเก็บกู้ซากวัตถุลอยฟ้าดังกล่าวทั้ง 3 ลูก โดยก่อนหน้านี้ ปักกิ่งก็กล่าวหาสหรัฐฯ ว่า ‘กระหายที่จะทำสงครามจนเกินเหตุ’
ขณะที่จีนเองก็ปฏิเสธว่าบอลลูนลูกหนึ่งซึ่งถูกทำลายโดยเครื่องบินรบของสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. บริเวณนอกชายฝั่งเซาท์แคโรไลนานั้นไม่ได้ใช้ในการสอดแนม พร้อมทั้งระบุว่ามันเป็นเพียงบอลลูนตรวจสภาพอากาศที่ลอยออกไปนอกเส้นทางเท่านั้น
จากแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (14 ก.พ.) ที่ผ่านมา เคอร์บี กล่าวว่า “เป็นการยากที่จะระบุวัตถุประสงค์หรือที่มาของวัตถุลอยฟ้าอีก 3 ลูกจนกว่าจะพบและวิเคราะห์เศษซาก”
“เราไม่เห็นสิ่งบ่งชี้หรือสิ่งใดที่ชี้ชัดถึงแนวคิดที่ว่าวัตถุทั้ง 3 นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสอดแนมของจีน…สิ่งเหล่านี้อาจเป็นบอลลูนที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานเชิงพาณิชย์หรือการวิจัย ดังนั้นจึงไม่เป็นพิษเป็นภัย และยังไม่มีบริษัท องค์กร หรือรัฐบาลใดที่อ้างสิทธิ์ในวัตถุดังกล่าว”
มาร์ก มิลลีย์ นายพลระดับสูงของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ในการโจมตีครั้งล่าสุดเหนือทะเลสาบฮูรอน ขีปนาวุธไซด์ไวน์เดอร์ลูกแรกที่ยิงโดยเครื่องบินรบ F-16 ของสหรัฐฯ นั้นพลาดเป้า
“กระสุนนัดแรกพลาด แต่นัดที่สองโดน…เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าน่านฟ้านั้นชัดเจนจนถึงช่วงที่มีประสิทธิผลสูงสุดของขีปนาวุธ และในกรณีนี้ขีปนาวุธลงจอดโดยไม่เป็นอันตรายในทะเลสาบฮูรอน” เขากล่าวระหว่างเยือนกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคาร (14 ก.พ.)
ในขณะเดียวกัน หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของสหรัฐฯ ในวันอังคารด้วยเช่นกัน “หลายคนในสหรัฐฯ ต่างตั้งคำถามว่าการดำเนินการที่มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นนี้จะมีประโยชน์อะไรต่อสหรัฐฯ และผู้เสียภาษี”
อย่างไรก็ดี เซ็นเซอร์จากบอลลูนของจีนที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ในการสอดแนมซึ่งถูกยิงตกในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้นก็ได้รับการกู้คืนจากมหาสมุทรแอตแลนติกแล้วในวันจันทร์ (13 ก.พ.) ที่ผ่านมา และกำลังอยู่ในกระบวนการวิเคราะห์โดยสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI)
กองบัญชาการเหนือของสหรัฐฯ ระบุว่า “พบเศษชิ้นส่วนสำคัญจากบอลลูนลูกนี้ รวมถึงเซ็นเซอร์สำคัญและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดนอกชายฝั่งเซาท์แคโรไลนา”



