สหรัฐฯ เสนอคว่ำบาตรอิหร่านให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นโหวตเตือนจีน-รัสเซียห้ามวีโต้

6 พ.ค. 2569 - 10:33

  •   ร่างมติของสหประชาชาติอาจกำหนดมาตรการคว่ำบาตรหรือใช้กำลังต่ออิหร่าน

  • ร่างมติดังกล่าวเรียกร้องให้อิหร่าน “ยุติการโจมตีและคุกคามเรือสินค้าและเรือพาณิชย์ทั้งหมดโดยทันที”

  • รัสเซียและจีนใช้สิทธิวีโต้มติเกี่ยวกับฮอร์มุซฉบับก่อนหน้า

สหรัฐฯ เสนอคว่ำบาตรอิหร่านให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นโหวตเตือนจีน-รัสเซียห้ามวีโต้

สหรัฐฯ และพันธมิตรกำลังผลักดันร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจะเปิดทางไปสู่การคว่ำบาตรหรือแม้แต่ปฏิบัติการทางทหาร หากอิหร่านไม่ยอมผ่อนปรนการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

ร่างมติดังกล่าวถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ในการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านและเพื่อให้ประเทศอื่นๆ สนับสนุนความพยายามที่จะเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งถูกปิดไปเกือบหมดตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

กองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลทำลายกองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่านไปเป็นจำนวนมากในช่วงสงคราม แต่ไม่สามารถทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบกลับมาอีกครั้งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่อิหร่านเริ่มโจมตีเรือต่างๆ โดยมีเรือเล็กจำนวนมากเป็นอุปสรรคต่อการสัญจรอย่างราบรื่น

จนถึงขณะนี้ สหรัฐฯ ยังไม่สามารถขอให้ประเทศอื่นๆ เข้าร่วมในความพยายามนี้ได้ แม้จะเรียกร้องหลายครั้งแล้วก็ตาม

ร่างข้อเรียกร้องดังกล่าว ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เรียกร้องให้อิหร่าน “ยุติการโจมตีและการคุกคามต่อเรือสินค้าและเรือพาณิชย์ทั้งหมดโดยทันที” และอ้างถึงมาตรา 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งอนุญาตให้ใช้กำลัง ตลอดจนการคว่ำบาตรและมาตรการอื่นๆ หากไม่ปฏิบัติตามร่างข้อเรียกร้องนี้

ข้อเสนอนี้ของสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียและจีน ซึ่งทั้งสองประเทศมีอำนาจยับยั้ง (วีโต้) ในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยเมื่อเดือนที่แล้วทั้งสองประเทศขัดขวางมติที่สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ประสานงานความพยายามในการป้องกันเพื่อเปิดช่องแคบอีกครั้ง

ภายใต้มติใหม่ อิหร่านต้องหยุดแทรกแซงการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ กำจัดทุ่นระเบิดในทะเล และอนุญาตให้มีการเดินเรืออย่างปลอดภัยและการเข้าถึงเพื่อมนุษยธรรม มติดังกล่าวห้ามไม่ให้ประเทศสมาชิกจ่ายค่าธรรมเนียมให้อิหร่านเพื่อเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ

มติดังกล่าวเน้นย้ำว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบไม่ควรถูก “ขัดขวางอย่างผิดกฎหมาย” แต่ไม่ได้กล่าวถึงการปิดล้อมเรือของอิหร่านหรือเรือที่เข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐฯ

“จีนและรัสเซียไม่มีเหตุผลที่จะพิจารณาข้อความในบทที่ 7 ที่ระบุว่า อิหร่านเป็นผู้รุกรานแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ทำให้พวกเขามีอำนาจยับยั้งในการลงคะแนนเสียงเมื่อเดือนที่แล้ว” ดาเนียล ฟอร์ติ หัวหน้าฝ่ายกิจการสหประชาชาติของกลุ่มวิเคราะห์วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศกล่าว

“นี่เป็นแบบอย่างที่สำคัญอย่างยิ่งที่เรากำลังสร้างขึ้น” ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ “ไม่มีประเทศใดมีสิทธิ์ลงโทษประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเพราะมีความขัดแย้งกับประเทศอื่น”

วอลซ์ ซึ่งกำลังทำงานร่วมกับบาห์เรนและกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียในการแก้ไขปัญหานี้ คาดการณ์ว่า “มีโอกาสผ่านค่อนข้างสูง”

“เรานึกภาพไม่ออกว่าจะมีใครคัดค้านข้อเท็จจริงที่ว่า คุณไม่สามารถวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำสากลและคุณไม่สามารถเก็บค่าผ่านทางได้” วอลซ์เผยอีกว่า ความพยายามของสหประชาชาติ “แยกต่างหาก” แต่ “คู่ขนาน” กับแคมเปญ Ptoject Freedom

ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า มติของสหรัฐฯ ที่เสนอต่อสหประชาชาติเพื่อเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีและวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซนั้น เป็นบททดสอบประสิทธิภาพของสหประชาชาติ และเรียกร้องให้จีนและรัสเซียอย่าใช้สิทธิวีโต้อีก

“ทุกคนคงไม่อยากเห็นมตินี้ถูกใช้วีโต้อีก และเราได้ปรับเปลี่ยนถ้อยคำเล็กน้อยแล้ว” รูบิโอเผยกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว พร้อมเสริมว่า “ผมไม่รู้ว่ามันจะหลีกเลี่ยงการใช้สิทธิวีโต้ได้หรือไม่”

“ผมคิดว่านี่เป็นบททดสอบที่แท้จริงสำหรับสหประชาชาติ...ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ทำงานได้” รูบิโอเผย

Photo by JIM WATSON / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์