นักวิเคราะห์ด้านการทหารเตือน อิหร่านอาจทำให้สหรัฐฯ สูญเสียกำลังพลเพิ่มขึ้นอย่างมาก หากกองกำลังทหารอิหร่านและกองกำลังตัวแทนเปลี่ยนไปใช้ยุทธวิธีโจมตีแบบกองโจร
ไมเคิล ไอเซนสตัดต์ จากสถาบันวอชิงตันเพื่อการวิเคราะห์นโยบายตะวันออกกลางเผยกับ Fox News Digital ในขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนกำลังพลจากกองพลร่มที่ 82 เข้าสู่ตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นว่า “อิหร่านมีหน่วยทหารราบขนาดใหญ่ในกองทัพ ซึ่งเทียบเท่ากับกองพันของกองพลร่มที่ 82”
ไอเซนสตัดต์เผยอีกว่า “กองพลร่มที่ 82 มีขนาดเล็กเกินกว่าจะสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่ออิหร่าน แต่มีขนาดใหญ่พอที่จะเสี่ยงต่อการถูกอิหร่านโจมตี และนี่จะทำให้อิหร่านสามารถเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตของสหรัฐฯ ได้อย่างมาก”
ไอเซนสตัดต์ ซึ่งเคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์ทางทหารของรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่า แม้ว่าปฏิบัติการทางทหารแบบดั้งเดิมขนาดใหญ่จะเริ่มลดลงในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันตรายอาจจะแค่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่าที่จะหายไป
“เราอาจเห็นการสิ้นสุดของปฏิบัติการรบขนาดใหญ่ โดยกิจกรรมจะเปลี่ยนไปเป็นการโจมตีแบบกองโจรในอ่าวเปอร์เซีย และกิจกรรมอื่นๆ ในเขตสีเทาของอิหร่าน” เขากล่าว “ลองนึกถึงผลพวงหลังสงครามอิรักปี 1991 ซึ่งเราต้องควบคุมอิรักเป็นเวลาหนึ่งทศวรรษหลังจากสงครามที่ประสบความสำเร็จอย่างมากดูสิ”
เมื่อวันพุธมีรายงานว่า สหรัฐฯ ได้สั่งการให้ส่งกำลังพลจากกองพลร่มที่ 82 ไปเพิ่มเติมในตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่ยังระบุด้วยว่า จำนวนทหารทั้งหมดที่ส่งไปในท้ายที่สุดอาจเปลี่ยนแปลงได้
ไอเซนสตัดต์กล่าวว่า การส่งกำลังทหารครั้งใหม่นี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ กำลังผลักดันให้มีการเจรจาเงื่อนไขหยุดยิงใหม่ ซึ่งกำหนดโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
“การส่งกำลังทหารครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างอำนาจต่อรองเหนืออิหร่านและกดดันให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ สำหรับข้อตกลงหยุดยิง นอกจากนี้ยังจะสร้างทางเลือกทางทหารหากอิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขเหล่านั้น” ไอเซนสตัดต์เผย
ในสถานการณ์นั้น ไอเซนสตัดต์มองว่า กองพลร่มที่ 82 อาจปฏิบัติการร่วมกับหน่วยรบพิเศษของนาวิกโยธินในการปฏิบัติการเพื่อยึดและรักษาพื้นที่ รวมถึงเกาะคาร์ก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียของอิหร่านประมาณ 32 กิโลเมตร
“กองพันรบของกองพลร่มที่ 82 สามารถทำงานร่วมกับหน่วยนาวิกโยธินที่ 11 และ 31 หรือปฏิบัติการโดยอิสระ เพื่อยึดและรักษาพื้นที่ เช่น เกาะคาร์ก” ไอเซนสตัดต์เผย “สิ่งนี้จะสร้างอำนาจต่อรองเหนืออิหร่านโดยการกีดกันความสามารถในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และช่วยยุติสงครามในเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ”
“อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงอยู่ด้วย เพราะหน่วยของอิหร่านบนแผ่นดินใหญ่สามารถระดมยิงเกาะคาร์กและทำให้ทหารสหรัฐฯ ที่นั่นได้รับบาดเจ็บได้เช่นกัน” ไอเซนสตัดต์กล่าว
ไอเซนสตัดต์อธิบายว่า “การส่งกำลังพลร่มที่ 82 มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางจิตวิทยาต่ออิหร่าน และสนับสนุนความพยายามในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อให้ทุกประเทศสามารถใช้เส้นทางนี้ได้”
กองพลร่มที่ 82 เป็นหนึ่งในหน่วยตอบโต้ฉับพลันชั้นนำของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการฝึกฝนให้กระโดดร่มลงสู่ดินแดนที่เป็นศัตรูหรือพื้นที่พิพาท เพื่อรักษาความปลอดภัยพื้นที่สำคัญและสนามบิน
นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของกองพลยังได้ใช้เวลาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาที่ศูนย์ฝึกความพร้อมร่วม (Joint Readiness Training Center) เพื่อฝึกฝนทักษะการแทรกซึม การเฝ้าระวัง การรบ และการส่งเสบียงเพิ่มเติม ตามรายงานของ Axios
ไอเซนสตัดต์กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ทหารอิหร่านยินดีกับข่าวการส่งหน่วยเหล่านี้ไปยังอ่าวเปอร์เซีย เพราะมันอาจสร้างทางเลือกให้พวกเขาในการสร้างความเสียหายแก่สหรัฐฯ”
ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารและอดีตเจ้าหน้าที่ทหาร รวมถึงนักวิเคราะห์ มองเห็นความเป็นไปได้ 3 ประการสำหรับกองกำลังสหรัฐฯ ซึ่งไม่มีประการใดง่ายเลย ได้แก่ การเข้ายึดครองแหล่งน้ำมันของอิหร่านบนเกาะคาร์ก การช่วยเหลือในปฏิบัติการยึดวัสดุนิวเคลียร์ของอิหร่าน หรือการวางกำลังตามแนวชายฝั่งของอิหร่านเพื่อทำลายการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน
“ตอนนี้ผมคิดว่าทุกความเป็นไปได้มีโอกาสน้อยกว่า 50/50 แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้” ไมเคิล โอแฮนลอน ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศจากสถาบันวิจัยบรูคกิงส์กล่าว “แต่ละทางเลือกมีความเสี่ยงสูงมาก”
Bloomberg เตือนว่า ช่วงเวลาที่กองทัพสหรัฐฯ ยกพลขึ้นบกบนเกาะแห่งนี้ จะเป็นเหตุการณ์เชิงสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และด้วยภัยคุกคามร้ายแรงที่สหรัฐฯ มีต่ออิหร่าน รวมถึงการข่มขู่ว่าจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง การกระทำดังกล่าวอาจทำให้อิหร่านลดความยับยั้งชั่งใจลง และกระตุ้นให้เกิดการยกระดับความขัดแย้ง ซึ่งจะเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตของทหารสหรัฐฯ สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงาน และดึงพันธมิตรและศัตรูของสหรัฐฯ เข้าสู่ความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น
และสภาป้องกันประเทศของอิหร่านก็ขู่สำทับไว้แล้วว่า การรุกล้ำดินแดนใดๆ ของอิหร่าน จะนำไปสู่การวางทุ่นระเบิดในอ่าวเปอร์เซีย ไม่ใช่แค่ในช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น
Photo by STR / AFP





