เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (25 ม.ค.) ว่า เธอ ‘ทนไม่ไหวแล้ว’ กับคำสั่งของสหรัฐฯ ขณะที่เธอกำลังพยายามรวมชาติหลังจากสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร
โรดริเกซต้องเดินบนเส้นทางที่ยากลำบากนับตั้งแต่สหรัฐฯ สนับสนุนให้เป็นผู้นำประเทศชั่วคราว โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างการรักษาฐานเสียงสนับสนุนจากกลุ่มผู้ภักดีต่อมาดูโรในประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ พอใจ
จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 1 เดือนแล้ว หลังจากที่โรดริเกซดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะแสดงท่าทีต่อต้านสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งก่อนหน้านี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โรดริเกซ ยังได้ยืนยันว่า “สหรัฐฯ ไม่ได้ปกครองเวเนซุเอลา”
“พอกันทีกับคำสั่งของสหรัฐฯ ที่มีต่อบรรดานักการเมืองในเวเนซุเอลา ปล่อยให้การเมืองของเวเนซุเอลาได้แก้ไขความแตกต่างและความขัดแย้งภายในของเราเอง เพราะลัทธิฟาสซิสต์และลัทธิสุดโต่ง (ฝ่ายตรงข้ามมาดูโรที่สหรัฐฯ สนับสนุน) ในประเทศถึงทำให้เวเนซุเอลาล้มเหลว”
— โรดริเกซ กล่าวกับกลุ่มคนงานในอุตสาหกรรมน้ำมันในเมืองปวยร์โต ลา ครูซ
“เวเนซุเอลาไม่กลัวสหรัฐฯ และเราก็ไม่กลัวที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่เคารพซึ่งกันและกันกับสหรัฐฯ แต่ความสัมพันธ์นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เคารพในมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และเคารพในศักดิ์ศรีและประวัติศาสตร์ของเวเนซุเอลา” โรดริเกซ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (26 ม.ค.)
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยประกาศว่า “สหรัฐฯ จะเข้าไปบริหารเวเนซุเอลาในทันทีหลังจากการจับกุมมาดูโร” แต่ต่อมา ทรัมป์ได้สนับสนุนให้โรดริเกซดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี อีกทั้งเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ทรัมป์ยังเผยว่า ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำรักษาการของเวเนซุเอลาและยกย่องเธอว่าเป็น “บุคคลที่ยอดเยี่ยม” พร้อมกล่าวเสริมว่า “ผมคิดว่าเรากำลังเข้ากันได้ดีมากกับเวเนซุเอลา”
(Photo by Federico PARRA / AFP)





