กู้ภัยอึ้ง! ชายชาวเวเนฯ รอดปาฏิหาริย์ติดใต้ซากตึก 140 ตันนาน 8 วัน แต่สภาพร่างกายไร้รอยขีดข่วน

3 ก.ค. 2569 - 11:31

  • ชายคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือชีวิตขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่ถล่มลงมานานถึง 8 วัน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวคู่แฝดในประเทศเวเนซุเอลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

  • เจ้าหน้าที่กู้ภัยประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือ ‘เอร์นัน ฆิล’ ออกมาได้สำเร็จ หลังจากใช้เวลานานกว่า 100 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มตรวจพบตำแหน่งของเขาเป็นครั้งแรก ซึ่งติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังที่มีน้ำหนักถล่มทับลงมาถึง 140 ตัน

กู้ภัยอึ้ง! ชายชาวเวเนฯ รอดปาฏิหาริย์ติดใต้ซากตึก 140 ตันนาน 8 วัน แต่สภาพร่างกายไร้รอยขีดข่วน

ชายคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือชีวิตขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่ถล่มลงมานานถึง 8 วัน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวคู่แฝดในประเทศเวเนซุเอลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือ ‘เอร์นัน ฆิล’ ออกมาได้สำเร็จ หลังจากใช้เวลานานกว่า 100 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มตรวจพบตำแหน่งของเขาเป็นครั้งแรก ซึ่งติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังที่มีน้ำหนักถล่มทับลงมาถึง 140 ตัน 

ก่อนหน้านี้ นักดับเพลิงชาวชิลีคนหนึ่งได้อธิบายถึงปฏิบัติการกู้ภัยในครั้งนี้ว่าเป็น “หนึ่งในภารกิจที่ซับซ้อนและยากลำบากที่สุดในทางเทคนิคเท่าที่ผมเคยเผชิญมา” 

ขณะที่ข้อมูลล่าสุดเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) ที่ผ่านมา มีการยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอยู่ที่ราว 2,595 ราย บาดเจ็บ 12,400 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายหมื่นคน 

อัลลัน มาดริกัล เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์กู้ภัยจากสภากาชาดคอสตาริกา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในพื้นที่ว่า “ฆิลรอดชีวิตออกมาได้อย่างปาฏิหาริย์และมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ดีมาก” 

มาดริกัลเล่าว่าเขาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือเบา ๆ ของฆิล ดังเล็ดลอดออกมาจากซากปรักหักพังเมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ที่ผ่านมา “มันเป็นช่วงเวลาที่ตื้นตันใจมาก” ในตอนแรกเขาไม่เชื่อหูตัวเอง จนต้องขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยช่วยฟังเพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้หูแว่วไปเอง นับจากวินาทีนั้นเป็นต้นมา ทีมกู้ภัยต่างก็เร่งแข่งกับเวลาเพื่อขุดช่วยเหลือชายคนนี้ออกมา 

โดยในขณะที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวนั้น ฆิลซึ่งเป็นเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในป้อมคอนกรีตขนาดเล็ก บริเวณชั้นใต้ดินของลานจอดรถ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับห้างสรรพสินค้า กาเลเรียส พลายา แกรนเด ในเมืองกาเตีย ลา มาร์  

ดูเหมือนว่าป้อมดังกล่าวจะช่วยสร้างเกราะกำบังล้อมรอบตัวฆิลไว้ ทำให้เขารอดพ้นจากซากปรักหักพังหนักกว่า 140 ตันที่ถล่มลงมารอบ ๆ และทับอยู่ด้านบน “ฆิลบอกกับเราว่าเขาไม่มีแม้กระทั่งเล็บหักหรือเล็บถลอกเลยด้วยซ้ำ” เจ้าหน้าที่สภากาชาดคอสตาริกาอีกคนหนึ่งกล่าว ไม่นานก่อนที่ฆิลจะถูกดึงตัวออกมาจากซากปรักหักพัง 

ในระหว่างที่ทีมกู้ภัยจากเวเนซุเอลา ชิลี คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ เม็กซิโก โปรตุเกส และสหรัฐฯ กำลังร่วมมือกันขุดช่วยเหลือฆิลออกมา เขาได้รับน้ำดื่มและทีมแพทย์ได้ทำการต่อสายน้ำเกลือให้แก่เขาแล้ว 

ขณะเดียวกันช่องทางเข้าที่ทีมกู้ภัยสร้างขึ้นเพื่อเข้าถึงตัวเขาเกิดพังทลายลงมาหลายครั้ง ซึ่งตอกย้ำถึงอันตรายของปฏิบัติการนี้ที่มีต่อทั้งตัวเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตัวฆิลเอง แต่ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ในที่สุดทีมค้นหาก็สามารถมองเห็นตัวผู้รอดชีวิตรายนี้ได้โดยตรงเป็นครั้งแรก 

ในคลิปวิดีโอจากกล้องขนาดเล็กที่หย่อนเข้าไปในซากตึก มีเสียงนักดับเพลิงชาวชิลีบอกให้ฆิลหันหน้ามาทางกล้อง ตาข้างหนึ่งของเขาแดงก่ำและเขาสวมหน้ากากอนามัยอยู่ ซึ่งทีมกู้ภัยได้ส่งผ่านช่องเล็ก ๆ เข้าไปให้ก่อนหน้านี้ เพื่อป้องกันเศษซากฝุ่นที่เกิดจากการขุดเจาะ 

มาร์โก อันโตนิโอ ฟรานโก จากสภากาชาดเม็กซิโก เล่าว่า “ฆิลเป็นคนอารมณ์ดี ผู้รอดชีวิตรายนี้ถึงกับขอเครื่องดื่มเกลือแร่รสชาติที่ตัวเองชอบ...แน่นอนว่าพวกเราก็จัดให้ตามคำขอ” 

“ตัวฆิลเองนั่นแหละที่เป็นคนกระตุ้นพวกเรา บอกให้พวกเราสู้ต่อไป แถมยังจำทีมงานของเราได้ด้วย เขาพูดว่า ‘ดีใจจังที่พวกคุณกลับมาและอยู่กับผมอีกครั้ง’...ทีมกู้ภัยและฆิลพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องครอบครัวของเขาและเรื่องความยากลำบากของภารกิจกู้ภัยครั้งนี้” 

ฟรานโก เล่า 

ส่วนมาดริกัล เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พบฆิลเป็นคนแรก เผยว่า นี่คือภารกิจกู้ภัยต่างประเทศครั้งแรกของผม และภารกิจที่เวเนซุเอลาครั้งนี้ได้เปลี่ยนตัวผมไปอย่างสิ้นเชิง เชื่อผมเถอะครับ เด็กหนุ่มที่เดินทางมาที่นี่เมื่อสัปดาห์ก่อน กับคนที่จะเดินทางกลับคอสตาริกา จะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป” 

(Photo by MARTIN BERNETTI / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์