ในขณะที่เวเนซุเอลายังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่มลงมา ทว่ารถขุดของรัฐบาลคันหนึ่งกลับจอดนิ่งสนิทอยู่ข้าง ๆ กองคอนกรีตและเหล็กเส้นที่บิดเบี้ยว เมื่อนักข่าว CNN ถามเจ้าหน้าที่คนขับรถขุดว่า “ทำไมเครื่องจักรถึงจอดทิ้งไว้เฉย ๆ?” เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่า “ไม่มีน้ำมันเบนซินจะเติม”
แม้เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลกตามที่มีการรายงาน แต่หลังจากเวเนซุเอลาเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบกว่าศตวรรษ ประชาชนจำนวนมากกลับต้องจำใจใช้มือเปล่าขุดหาเพื่อนและครอบครัวของพวกเขาออกจากซากปรักหักพัง เพียงเพราะ ‘ขาดแคลนเชื้อเพลิง’ ท่ามกลางความสิ้นหวัง ซึ่งกำลังกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และโจมตีรัฐบาลเวเนซุเอลาอย่างหนัก ถึงความล้มเหลวในการรับมือกับวิกฤตภัยพิบัติครั้งนี้
“ประชาชนกำลังโกรธแค้นอย่างมาก เพราะโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนของอีกหนึ่งโศกนาฏกรรม นั่นคือการที่รัฐบาลมัวแต่ทุ่มเทงบประมาณและกำลังพลไปกับการปราบปรามประชาชนและโฆษณาชวนเชื่อเพียงอย่างเดียว จนทำลายศักยภาพของรัฐในการดูแลความต้องการขั้นพื้นฐานของประชาชนไปจนหมดสิ้น”
— คาร์เมน เบียตริซ เฟอร์นันเดซ นักวิเคราะห์การเมืองและผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษา ‘DataStrategia’ กล่าว
“พวกเราเสียเวลาไปมากกับการพยายามมองหาเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้กับงานเฉพาะทาง อย่างเช่นการตัดเหล็ก” แฮสเซล เมนโดซา วิศวกร กล่าวกับ CNN ซึ่งบินตรงมาจากเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา เพื่อพยายามตามหาแม่ พี่สาว พี่เขย และหลานชายใต้ซากปรักหักพังของอาคารอพาร์ตเมนต์สูง 9 ชั้น และในระหว่างการค้นหา ตัวเมนโดซาเองก็นอนบนพื้นดินนับตั้งแต่เดินทางมาถึงเมื่อสองคืนก่อน
เมนโดซา กล่าวว่า “ปฏิบัติการค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากอย่างยิ่งเนื่องจากไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม...ทีมป้องกันภัยพลเรือนจากรัฐอารากวา ซึ่งเป็นรัฐใกล้เคียง ไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ ที่จำเป็นสำหรับใช้ทุบทำลายซากปรักหักพังอย่างรวดเร็วเลย ไม่มีทั้งสว่านเจาะและไม่มีเซนเซอร์ตรวจจับ ขณะที่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่มีเพียงน้ำดื่มบริจาค ซึ่งไม่เพียงพอต่อการกู้ภัยในสถานการณ์นี้”
ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็นไปอย่างช้า ๆ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2,295 ราย บาดเจ็บมากกว่า 11,000 ราย
(Photo by JUAN BARRETO / AFP)





