เจ้าหน้าที่เมืองเวนิสชื่นชมความสำเร็จของการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมเมืองชั่วคราว ถือเป็นการทดลองใช้มาตรการเพื่อควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน
ลุยจิ บรูญญาโร นายกเทศมนตรีเวนิสกล่าวว่า การทดลองเก็บค่าเข้า 5 ยูโร (ราว 195 บาท) เป็นเวลา 29 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน และดำเนินการในบางวัน (วันที่เลือกทดลอง) จนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม สามารถทำรายได้ 2,425,310 ยูโร (ราว 97 ล้านบาท) บรูญญาโรเคยกล่าวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ในตอนแรก เมืองคาดว่าจะสามารถเก็บรายได้ได้ประมาณ 700,000 ยูโร (ราว 27 ล้านบาท) เมื่อมีการนำเสนอแผนดังกล่าว
มีผู้ทำการจองรวม 3,618,114 ราย ในจำนวนนี้ 1,398,084 รายได้รับการยกเว้นการชำระเงินเนื่องจากเข้าพักในโรงแรม
ข้อยกเว้นอื่นๆ ได้แก่ คนงาน 651,254 รายที่เดินทางไปยังเมืองเวนิสในวันที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม เช่นเดียวกับนักเรียน 466,819 รายและผู้อยู่อาศัย 217,589 รายที่ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม
นอกจากนี้ ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยเมืองเวนิสยังพบว่ามีผู้คนจำนวน 78,224 รายที่ได้รับการยกเว้นเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับผู้อยู่อาศัยในเมือง และอีก 107,146 รายได้รับการยกเว้นด้วยเหตุผลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกิดในเมืองนี้ หรือการเข้าร่วมทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การเสด็จเยือนของพระสันตปาปา และเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรม
วันเสาร์เป็นวันที่นิยมมากที่สุด
“จากการอ่านข้อมูลครั้งแรก พบว่านักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจะชอบเที่ยววันเสาร์มากกว่าวันอาทิตย์ และตลอดระยะเวลา 29 วันของการทดลองนั้น วันที่มีผู้มาเยือนสูงสุดก็ยังไม่สูงเท่ากับวันที่เคยบันทึกไว้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2023” แถลงการณ์ระบุ “การทดลองนี้ได้ผลและเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้...” บรูญญาโร กล่าวเสริม
ทีมงาน CNN ที่ลงพื้นที่ในเมืองเวนิส รายงานว่า ชาวท้องถิ่นแจ้งกับทีมงานว่านักท่องเที่ยวดูเหมือนจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปกติ และแม้ว่ายังคงมีผู้คนพลุกพล่านอยู่ แต่ชาวท้องถิ่นรู้สึกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปเทศกาล ‘Redeemer Festival’ นั้นไม่มากเท่าปีที่ผ่านๆ มา
อย่างไรก็ดี ค่าธรรมเนียมสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม แต่สำนักงานนายกเทศมนตรีกล่าวว่าพวกเขาจะตัดสินใจว่าควรเก็บค่าธรรมเนียมนี้ไว้ใช้อีกครั้งในช่วงเวลาที่มีผู้มาเยือนจำนวนมากของปีหรือไม่ แต่ยังไม่มีการประกาศวันอย่างเป็นทางการในการดำเนินการดังกล่าว




