หลักฐานวิดีโอล่าสุดชี้ขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนประถมหญิงของอิหร่าน

10 มี.ค. 2569 - 13:55

  • วิดีโอที่เพิ่งเผยแพร่ใหม่นี้เพิ่มหลักฐานที่บ่งชี้ว่าขีปนาวุธของสหรัฐฯ น่าจะโจมตีโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิต 175 ราย

  • หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กโจมตีฐานทัพเรือติดกับโรงเรียนในเมืองมินาบ ซึ่งบ่งชี้ไปที่กองทัพสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นกองกำลังเพียงแห่งเดียวในความขัดแย้งนี้ที่ใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก

  • นอกจากนี้ วิดีโอยังสอดคล้องกับวิดีโออื่นๆ ที่ได้รับการตรวจสอบแล้วซึ่งถ่ายในทันทีหลังจากการโจมตี

หลักฐานวิดีโอล่าสุดชี้ขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนประถมหญิงของอิหร่าน

วิดีโอที่เพิ่งเผยแพร่ใหม่นี้เพิ่มหลักฐานที่บ่งชี้ว่าขีปนาวุธของสหรัฐฯ น่าจะโจมตีโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิต 175 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเด็ก วิดีโอดังกล่าวได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์โดยสำนักข่าว Mehr News Agency ของรัฐบาลอิหร่าน และได้รับการยืนยันโดย The New York Times แสดงให้เห็นขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กโจมตีฐานทัพเรือติดกับโรงเรียนในเมืองมินาบ ซึ่งบ่งชี้ไปที่กองทัพสหรัฐ เนื่องจากเป็นกองกำลังเพียงแห่งเดียวในความขัดแย้งนี้ที่ใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก 

หลักฐานที่รวบรวมโดย The New York Times ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายดาวเทียม โพสต์ในโซเชียลมีเดีย และวิดีโออื่นๆ ที่ได้รับการยืนยัน บ่งชี้ว่าอาคารโรงเรียนประถมชาจาราห์ ตัยยิเบห์ ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีอย่างแม่นยำ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการโจมตีฐานทัพเรือที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)   

วิดีโอการโจมตีได้รับการรายงานครั้งแรกโดยกลุ่มนักข่าวสืบสวนสอบสวนอิสระ ‘Bellingcat’ ซึ่งเปรียบเทียบคุณลักษณะที่เห็นในวิดีโอ (เช่น เส้นทางดินชำรุด พื้นที่หญ้า กองเศษซาก) กับภาพถ่ายดาวเทียมใหม่ที่ถ่ายหลังการโจมตีที่เมืองมินาบไม่กี่วัน เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของวิดีโอ  

วิดีโอดังกล่าวถ่ายจากสถานที่ก่อสร้างฝั่งตรงข้ามฐานทัพ และแสดงให้เห็นทางเดินดินที่สึกหรอผ่านพื้นที่หญ้าและกองเศษซาก ซึ่งเห็นได้ชัดในภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเช่นกัน ทำให้วิดีโอมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น นอกจากนี้ วิดีโอยังสอดคล้องกับวิดีโออื่นๆ ที่ได้รับการตรวจสอบแล้วซึ่งถ่ายในทันทีหลังจากการโจมตี 

การวิเคราะห์วิดีโอโดย The New York Times แสดงให้เห็นว่า “ขีปนาวุธโจมตีอาคารที่ถูกอธิบายว่าเป็นคลินิกทางการแพทย์ในฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ทั้งควันและเศษซากพวยพุ่งออกจากอาคารหลังถูกโจมตี” 

ในวิดีโอปรากฏใหเห็นฝุ่นและควันขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมาจากบริเวณรอบๆ โรงเรียนประถม บ่งชี้ว่าโรงเรียนถูกโจมตีไม่นานก่อนการโจมตีฐานทัพเรือ ข้อมูลนี้ได้รับการสนับสนุนจากลำดับเหตุการณ์การโจมตีที่รวบรวมโดย The New York Times ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนถูกโจมตีในช่วงเวลาเดียวกับฐานทัพ 

จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม พบว่า “อาคารอื่นๆ ภายในฐานทัพเรือหลายแห่งก็ถูกโจมตีด้วยอาวุธที่มีความแม่นยำสูงเช่นกัน แต่การระบุรายละเอียดที่แน่ชัดนั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากไม่มีเศษชิ้นส่วนอาวุธให้เห็น และนักข่าวภายนอกไม่สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุได้” 

The New York Times ระบุว่า “อาวุธที่เห็นในวิดีโอใหม่คือ ‘ขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก’ซึ่งเป็นอาวุธที่ทั้งกองทัพอิสราเอลและกองทัพอิหร่านไม่มี สอดคล้องกับข้อมูลที่เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยิงโทมาฮอว์กหลายสิบลูกเข้าไปในอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน” 

ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวว่าวิดีโอที่เผยแพร่เกี่ยวกับการยิงโทมาฮอว์กหลายลูกจากเรือของกองทัพเรือนั้น ถูกถ่ายเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่ฐานทัพและโรงเรียนของอิหร่านถูกโจมตี 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อธิบายว่า “โทมาฮอว์กเป็นขีปนาวุธนำวิถี ‘ระยะไกล แม่นยำสูง’ ที่สามารถบินได้ไกลประมาณ 1,000 ไมล์ (1,609 กิโลเมตร) ขีปนาวุธเหล่านี้ถูกตั้งโปรแกรมด้วยแผนการบินเฉพาะก่อนการปล่อย และขีปนาวุธจะควบคุมทิศทางไปยังเป้าหมายด้วยตัวเอง” 

“ขีปนาวุธโทมาฮอว์กแต่ละลูกมีความยาวประมาณ 20 ฟุต และมีปีกกว้าง 8 ฟุตครึ่ง โดยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ใช้กันทั่วไปมีหัวรบที่มีพลังระเบิดเทียบเท่ากับ TNT ประมาณ 300 ปอนด์” ข้อมูลจากกองทัพเรือระบุ 

เทรเวอร์ บอลล์ อดีตช่างเทคนิคด้านการกำจัดวัตถุระเบิดของกองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งทำงานร่วมกับกลุ่มนักข่าวสืบสวนสอบสวนอิสระ ‘Bellingcat’ ก็ระบุว่า “ขีปนาวุธในวิดีโอเป็นโทมาฮอว์ก” เช่นเดียวกับคริส คอบบ์-สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของ ‘Chiron Resources’ หน่วยงานด้านความปลอดภัยและโลจิสติกส์  

(Photo by IRIB TV / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์