EU-NATO จะทำอย่างไรได้บ้าง? เพื่อปกป้อง ‘กรีนแลนด์’ จากการยึดครองของสหรัฐฯ

13 ม.ค. 2569 - 17:21

  • รัฐบาลทรัมป์กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “สหรัฐฯ จำเป็นต้องครอบครองกรีนแลนด์” โดยให้เหตุผลว่า “เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ” และเตือนว่าจะ “ทำอะไรสักอย่างกับดินแดนนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม”

  • แล้วสหภาพยุโรป-NATO จะมีวิธีจัดการอย่างไรบ้าง? เพื่อปกป้อง ‘กรีนแลนด์’ จากการยึดครองของสหรัฐฯ

EU-NATO จะทำอย่างไรได้บ้าง? เพื่อปกป้อง ‘กรีนแลนด์’ จากการยึดครองของสหรัฐฯ

รัฐบาลทรัมป์กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “สหรัฐฯ จำเป็นต้องครอบครองกรีนแลนด์” โดยให้เหตุผลว่า “เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ” และเตือนว่าจะ “ทำอะไรสักอย่างกับดินแดนนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม” 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้สหภาพยุโรป (EU) และ NATO ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ‘กรีนแลนด์’ ดินแดนปกครองตัวเองของเดนมาร์ก ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของ NATO แต่ได้รับความคุ้มครองจากพันธมิตรป้องกันประเทศผ่านการเป็นสมาชิก NATO ของเดนมาร์ก  

SPACEBAR พาไปดูหนทางที่เป็นไปได้ของ EU และ NATO ในการปกป้องกรีนแลนด์จากการยึดครองของสหรัฐฯ ว่ามีวิธีไหนบ้าง...?

1.) ลองเจรจาผ่านการทูตก่อน 

(Photo by Jacquelyn Martin / POOL / AFP)
(Photo by Jacquelyn Martin / POOL / AFP)

การริเริ่มทางการทูตมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ และคลายความกังวลที่มีในสนธิสัญญาป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ-เดนมาร์กตั้งแต่ปี 1951 (ได้รับการปรับปรุงในปี 2004) ซึ่งอนุญาตให้มีการขยายกำลังทหารของสหรัฐฯ รวมถึงการสร้างฐานทัพใหม่บนกรีนแลนด์

ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็มีกำหนดพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กและกรีนแลนด์ในวันพุธ (14 ม.ค.) นี้เพื่อหารือถึงประเด็นการซื้อกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ

“พันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (Transatlantic Alliance) ควรเพิ่มงบประมาณทางทหารในแถบอาร์กติก ด้วยการส่งอุปกรณ์เพิ่มเติมและจัดการฝึกซ้อมทางทหารที่ใหญ่ขึ้นและมากขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาความกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ” 

รายงานอ้างจากเอกอัครราชทูต NATO ซึ่งตกลงกันในกรุงบรัสเซลส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แม้ว่าคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่บอกว่า “กรีนแลนด์เต็มไปด้วยเรือของจีนและรัสเซียทุกหนทุกแห่ง” จะเป็นการกล่าวเกินจริงอย่างเห็นได้ชัด แต่บรรดานักการทูตก็เชื่อว่า “การเคลื่อนไหวร่วมกันของชาติตะวันตกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงภายนอกของกรีนแลนด์ อาจเป็นทางออกที่เจ็บปวดน้อยที่สุดจากวิกฤตนี้” 

เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปกล่าวว่า “นี่อาจเป็นแบบอย่างจากปฏิบัติการ ‘Baltic Sentry’ ของ NATO ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วเพื่อรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานในทะเลบอลติก และปฏิบัติการ ‘Eastern Sentry’ ซึ่งขยายแนวคิดเพื่อปกป้องปีกตะวันออกของยุโรปจากโดรนและภัยคุกคามอื่นๆ ในวงกว้างขึ้น” 

2.) สหภาพยุโรปร่วมใจ ‘คว่ำบาตร’ ทางเศรษฐกิจ 

(Photo by : Shutterstock / Tomas Ragina)
(Photo by : Shutterstock / Tomas Ragina)

ในทางทฤษฎี สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากร 450 ล้านคนนั้น ถือว่ามีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจเหนือสหรัฐฯ อย่างมาก และสามารถขู่ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ได้ เช่น การปิดฐานทัพสหรัฐฯ ในยุโรป ไปจนถึงการห้ามยุโรปซื้อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ 

มาตรการคว่ำบาตรที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ‘เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับของสหภาพยุโรป’ หรือ ‘trade bazooka’ ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมาธิการยุโรปในการห้ามสินค้าและบริการของสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป เรียกเก็บภาษีศุลกากร เพิกถอนสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา และปิดกั้นการลงทุน 

แต่การจะทำเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐบาลของประเทศสมาชิกเสียก่อน เพราะอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มประเทศสมาชิก ซึ่งก็ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการที่จะเก็บสหรัฐฯ ไว้เพื่อรักษาความร่วมมือในประเด็นยูเครน แม้จะเผชิญกับการขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากทรัมป์ก็ตาม 

“ยุโรปพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ หรือการอัปเดตซอฟต์แวร์ รวมถึงด้านการป้องกันประเทศ ยุโรปยังคงอยู่ภายใต้ความเมตตาของอเมริกา”

ฌอง-มารี เกอเฮนโน อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติ กล่าว 

 3.) ร่วมลงทุนในกรีนแลนด์ 

(Photo by : Shutterstock / esfera)
(Photo by : Shutterstock / esfera)

เศรษฐกิจของกรีนแลนด์พึ่งพาเงินอุดหนุนประจำปีจากเดนมาร์กเป็นอย่างมาก โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 4 พันล้านโครนเดนมาร์ก (ราว 1.9 หมื่นล้านบาท) ในปีที่แล้ว ซึ่งครอบคลุมประมาณครึ่งหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายสาธารณะของดินแดนอันกว้างใหญ่ และคิดเป็นประมาณ 20% ของ GDP 

คำสัญญาของทรัมป์ที่จะ ‘ลงทุนหลายพันล้าน’ อาจได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปเช่นกัน เพื่อพยายามรักษาดินแดนแห่งนี้ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ คาดว่าจะลงคะแนนเสียงสนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระจากเดนมาร์ก ไม่ให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ 

ร่างข้อเสนอของคณะกรรมาธิการเมื่อเดือนกันยายน 2025 ระบุว่า “สหภาพยุโรปอาจเพิ่มเงินสนับสนุนกรีนแลนด์เป็น 2 เท่า เพื่อให้เท่ากับเงินช่วยเหลือประจำปีจากเดนมาร์ก ขณะที่กรีนแลนด์ยังสามารถขอรับเงินทุนจากสหภาพยุโรปได้มากถึง 44 ล้านยูโร (ราว 1.6 พันล้านบาท) สำหรับดินแดนห่างไกลที่เกี่ยวข้องกับสหภาพยุโรป” 

แม้ว่าสหรัฐฯ อาจมีเงินมากกว่า EU หลายพันล้าน แต่ชาวกรีนแลนด์อาจระมัดระวังที่จะไม่เปิดโอกาสให้บริษัทอเมริกันที่โลภมากเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ และไม่เต็มใจที่จะสูญเสียระบบประกันสังคมแบบนอร์ดิกของตัวเองไป หากพวกเขาได้รับเอกราชแล้ว 

 4.) ส่งกองกำลังประจำการบนกรีนแลนด์ 

(Photo by : Shutterstock / Nigel Jarvis)
(Photo by : Shutterstock / Nigel Jarvis)

“รัฐบาลของสหภาพยุโรปควรปกป้องกรีนแลนด์จากการขยายอำนาจของสหรัฐฯ อย่างแข็งขัน และควรมีศักยภาพในการส่งกำลังทหารอย่างรวดเร็ว”

โมเรโน เบอร์โทลดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินระหว่างประเทศ และ มาร์โก บูติ นักเศรษฐศาสตร์ แสดงความเห็น 

ทั้งเบอร์โทลดี และบูติ ต่างมองว่า “ควรส่งกองกำลังยุโรปไปประจำการบนกรีนแลนด์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของยุโรปต่อบูรณภาพดินแดนของกรีนแลนด์” แม้ว่านั่นจะไม่สามารถป้องกันการผนวกดินแดนของสหรัฐฯ ได้ แต่ก็จะทำให้กระบวนการซับซ้อนมากขึ้น 

“แม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องมีการเผชิญหน้าทางอาวุธ แต่ภาพที่สหรัฐฯ จับกุมทหารของพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดจะทำลายความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ทำให้ชื่อเสียงในเวทีระหว่างประเทศเสื่อมเสีย และส่งผลกระทบอย่างมากต่อสาธารณชนและรัฐสภาสหรัฐฯ” เบอร์โทลดี และบูติ โต้แย้ง 

โฆษกของรัฐบาลเยอรมนีกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “เยอรมนีกำลังวางแผน รวมถึงการป้องปรามของยุโรป หากสหรัฐฯ พยายามยึดครองกรีนแลนด์” ขณะที่ ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส เคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังทหารฝรั่งเศสไปประจำการเมื่อปีที่แล้ว 

อย่างไรก็ดี ขีดความสามารถการประจำการอย่างรวดเร็วของ EU ก็คือ กรอบการทำงานสำหรับส่งกำลังทหารสูงสุดถึง 5,000 นายจากหลายชาติสมาชิกภายใต้คำสั่ง EU เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์นอกกลุ่มประเทศสมาชิก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและนักการเมืองบางคนเชื่อว่า “ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจทำให้สหรัฐฯ กลับไปทบทวนแผนอีกครั้ง” 

“ไม่มีใครเชื่อว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับ EU เป็นสิ่งที่พึงปรารถนา หรือสามารถเอาชนะได้ แต่การเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ต่อสหภาพยุโรปจะส่งผลร้ายแรงต่อความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ตลาด และความไว้วางใจของโลกที่มีต่อสหรัฐฯ”

 เซอร์เกย์ ลาโกดินสกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกรีนของเยอรมนี กล่าว   

(Photo by : Shutterstock / Stig Alenas) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์