จะเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองเกาหลีใต้ต่อไป? หลังสภาถอดถอน ปธน.ยุนซ็อกยอล

16 ธ.ค. 2567 - 13:45

  • จะเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองเกาหลีใต้ต่อไป? หลังสภาลงมติถอดถอน ปธน.ยุนซ็อกยอล

  • ใครจะขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่? แล้วอนาคตของยุนหลังจากนี้จะเป็นไปในทิศทางใด?

what_happens_next_after_vote_to_impeach_south_koreas_president_SPACEBAR_Hero_05bfb62ae1.jpg

หลังจากสภาเกาหลีใต้ลงมติถอดถอนประธานาธิบดียุนซ็อกยอล เมื่อวันเสาร์ (14 ธ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น) ด้วยมติ 204 ต่อ 85 จากกรณีที่ยุนตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกอย่างหุนหันพลันแล่นเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ 

ท่ามกลางความวุ่นวายของการเมืองเกาหลี ก็เกิดคำถามตามมาว่า ‘จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?’ 

อนาคตของ ‘ยุนซ็อกยอล’ จะเป็นอย่างไรต่อ?

อำนาจของประธานาธิบดียุนจะ ‘ถูกระงับ’ แต่เขายังคงดำรงตำแหน่งอยู่ และยังได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ ยกเว้นการก่อกบฏหรือการทรยศ ในเวลานี้ นายกฯ ฮันด็อกซู ซึ่งยุนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งจะเข้ารับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีแทน 

ศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินภายใน 180 วันว่าจะปลดยุนออกจากตำแหน่ง หรือปฏิเสธการถอดถอนและคืนอำนาจให้เขาหรือไม่  หากศาลปลดยุนออกจากตำแหน่งหรือเขาลาออก จะต้องมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใน 60 วัน โดยศาลสามารถทำการไต่สวนครั้งแรกเมื่อใดก็ได้หลังจากที่ได้รับมติการถอดถอนจากรัฐสภา 

จองชุงแร สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี (DP) ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะกรรมาธิการกฎหมายและตุลาการของรัฐสภา จะเป็นผู้นำคดีถอดถอนยุนออกจากตำแหน่ง 

ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศทีมกฎหมายของยุน แต่เนื่องจากยุนเคยดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดมาก่อนที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดี จึงมีรายงานว่าเขาอาจดึงอดีตเพื่อนร่วมงานมาร่วมทีม หรือให้เป็นตัวแทนเขาเองก็ได้ 

ระหว่างนี้นายกฯ ฮันด็อกซู จะรักษาการแทน

what_happens_next_after_vote_to_impeach_south_koreas_president_SPACEBAR_Photo01_34aeff7e40.jpg
Photo by JUNG YEON-JE / AFP

นายกฯ ฮันด็อกซู จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำชั่วคราว และจะบริหารประเทศเป็นเวลาสูงสุด 8 เดือน ขึ้นอยู่กับว่าศาลจะพิจารณาคำร้องถอดถอนนานแค่ไหน และจะตัดสินใจดำเนินการอย่างไร 

ฮันให้คำมั่นในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อประเทศครั้งแรกในฐานะรักษาการประธานาธิบดีว่าจะรับรองการปกครองที่มีเสถียรภาพ “ผมจะทุ่มเทความแข็งแกร่งและความพยายามทั้งหมดของผมเพื่อสร้างหลักประกันว่าการปกครองจะมีเสถียรภาพ”  

ยุนกำลังเผชิญกับการสอบสวนทางอาญา

ในช่วงเวลานี้ ยุนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนต้องเผชิญกับการสอบสวนทางอาญาในข้อกล่าวหา ‘ก่อกบฏ ใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางไม่ให้ประชาชนใช้สิทธิของตัวเอง’ 

ทีมอัยการพิเศษที่รับผิดชอบการสืบสวนกรณีที่ยุนประกาศกฎอัยการศึก ได้ส่งหมายเรียกยุนมาพบเมื่อวันพุธ (11 ธ.ค.) โดยขอให้เขามาสอบปากคำในเวลา 10.00 น. ของวันอาทิตย์ (15 ธ.ค.) แต่ยุนก็ไม่มาปรากฏตัว 

รายงานระบุว่าอัยการมีแผนที่จะออกหมายเรียกอีกครั้งในวันจันทร์ (16 ธ.ค.) นอกจากนี้ ยุนยังถูกสั่งพักงานจากการปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดี ขณะเดียวกัน อัยการก็ได้ขอหมายจับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง รวมถึงหัวหน้าหน่วยสงครามพิเศษกองทัพบกและหัวหน้าหน่วยป้องกันเมืองหลวงด้วย 

การฟ้องร้องจะดำเนินต่อไปอย่างไร...

what_happens_next_after_vote_to_impeach_south_koreas_president_SPACEBAR_Photo02_9d468f7d28.jpg
Photo by ANTHONY WALLACE / AFP

ในการพิจารณาคดีครั้งล่าสุดที่เกี่ยวกับประธานาธิบดีนั้น เกิดขึ้นในปี 2017 หลังจาก พัคกึนฮเย อดีตประธานาธิบดีคนที่ 11 ถูกรัฐสภาฟ้องถอดถอนจากข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ใช้อำนาจในทางมิชอบ และขาดคุณสมบัติการเป็นผู้นำ ซึ่งครั้งนั้น ศาลรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลา 92 วันในการพิจารณามติและถอดถอนเธอออกจากตำแหน่ง 

ทว่าครั้งหนึ่ง โนมูฮยอน อดีตประธานาธิบดีคนที่ 9 ก็เคยถูกถอดถอนในปี 2004 ฐานละเมิดกฎหมายการเลือกตั้งและขาดคุณสมบัติผู้นำ แต่ศาลตัดสินว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการปลดเขาออกจากตำแหน่ง และตัดสินให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งจนครบวาระ 

ภายใต้รัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ ศาลต้องลงมติ 6 เสียงจากคณะผู้พิพากษา 9 คน เพื่อ ‘ปลด’ ประธานาธิบดีที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง แต่ขณะนี้มีตำแหน่งว่าง 3 ตำแหน่ง นั่นหมายความว่าผู้พิพากษาชุดปัจจุบันจะต้องลงมติเป็นเอกฉันท์เท่านั้น (เห็นชอบทั้ง 6 เสียง) เพื่อปลดยุนออกจากตำแหน่ง 

สำหรับตำแหน่งว่างทั้ง 3 ตำแหน่งนี้ เป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะต้องแต่งตั้ง แต่ฝ่ายค้านและพรรครัฐบาลในสภายังไม่สามารถตกลงกันเรื่องการแต่งตั้งตุลาการได้ 

พรรค DP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก และมีเสียงข้างมากในรัฐสภา กำลังหาทางแต่งตั้งตำแหน่งตุลาการที่ว่างอยู่ ทั้งนี้คาดว่า ฮันด็อกซู ประธานาธิบดีรักษาการ ก็จะไม่ขัดขวางการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายค้านคนใด “คาดว่ารัฐสภาจะแต่งตั้งผู้พิพากษาภายในสิ้นปีนี้” โจซองแล โฆษกพรรค DP กล่าว

“มีแนวโน้มสูงมากที่ผู้พิพากษาจะถอดถอนยุนออก เนื่องจากการประกาศกฎอัยการศึก ละเมิดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน...ชัดเจนว่ายุน ‘ตั้งใจที่จะขัดขวางหน้าที่ของรัฐ’...แม้แต่นักวิชาการสายอนุรักษนิยมที่สุดก็ยังยอมรับว่าเรื่องนี้ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ต่อระเบียบรัฐธรรมนูญ”

คิมฮยุนจอง นักวิจัยจากสถาบันกฎหมาย มหาวิทยาลัยเกาหลี บอกกับสำนักข่าว AFP

อีแจ-มยอง หัวหน้าพรรค DP กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า “การตัดสินอย่างรวดเร็วเป็นหนทางเดียวที่จะลดความวุ่นวายในชาติที่เกิดจากการประกาศกฎอัยการศึกในระยะเวลาสั้นๆ ของยุนได้” 

แล้วใครจะขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป...

what_happens_next_after_vote_to_impeach_south_koreas_president_SPACEBAR_Photo03_b29fcd7154.jpg
Photo by JUNG YEON-JE / AFP

“อีแจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้าน”

นักวิเคราะห์กล่าวว่า “อีแจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้านคือตัวเต็งที่จะได้เป็นประธานาธิบดี...อีได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในช่วงเวลาที่วุ่นวายหลังจากประกาศกฎอัยการศึก และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการลงมติถอดถอน” ยูจองฮุน ทนายความและนักเขียนคอลัมน์การเมือง กล่าว 

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2022 อีพ่ายแพ้ยุนด้วยคะแนนเสียงที่ห่างกันน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของเกาหลีใต้ ซึ่งห่างกันประมาณ 0.7% 

ทว่าการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขากลับถูกขัดขวางด้วยเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่อง รวมทั้งคำตัดสินของศาลในเดือนพฤศจิกายนที่พบว่าเขามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายการเลือกตั้ง ส่งผลให้ต้องรอลงอาญา 

หากคำตัดสินนี้เป็นจริง อีแจ-มยองจะถูกตัดสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ขณะที่ ฮันดงฮุน หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) จากฝั่งรัฐบาล และ โอเซฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว 

“แม้ว่าการพิจารณาคดีของอีจะยังไม่ชัดเจน แต่ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าศาลอุทธรณ์จะยืนตามคำพิพากษาที่รอการตัดสิน และตัดสินก่อนการเลือกตั้งหรือไม่... หากอีชนะการเลือกตั้ง กระบวนการทางกฎหมายต่ออีจะยุติลง เพราะเขาได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะประธานาธิบดี” ยูจองฮุน กล่าว 

ผลสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแสดงให้เห็นว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 52% สนับสนุนให้อีเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ขณะที่คู่แข่งคนอื่นๆ มีคะแนนตามหลังเพียงหลักเดียว 

Photo by Handout / South Korean Presidential Office via Yonhap / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์