Board of Peace คืออะไร
Board of Peace หรือ ‘คณะกรรมการแห่งสันติภาพ’ คือ องค์การระหว่างรัฐบาล ภายใต้การนำของสหรัฐฯ ในธรรมนูญการก่อตั้งระบุว่า คณะกรรมการนี้เป็น “องค์กรระหว่างประเทศที่มุ่งส่งเสริมเสถียรภาพ ฟื้นฟูการปกครองที่น่าเชื่อถือและเป็นไปตามกฎหมาย และสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหรือถูกคุกคามจากความขัดแย้ง” คณะกรรมการนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อมีรัฐสมาชิกอย่างน้อยสามรัฐเห็นชอบในธรรมนูญฉบับนี้ โดยคณะกรรมการนี้ถูกเสนอโดยทรัมป์เป็นครั้งแรกในเดือนกันยายน 2025 ก่อนที่ทรัมป์จะได้ประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2026 โดยจะเริ่มจากการจัดการความขัดแย้งในกาซาก่อน
ตัวทรัมป์เองบอกว่า Board of Peace นี้ว่า “บอร์ดนี้จะเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่เคยมีอะไรแบบนี้มาก่อน!”
คณะผู้บริหารชุดแรก
ทรัมป์จะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการนี้ “ตลอดชีพ” แม้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
คณะผู้บริหารชุดแรกจะประกอบด้วย
- มาร์โค รูบิโอรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ
- สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษประจำตะวันออกกลาง
- จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์
- โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ
กฎต่างๆ ของ Board of Peace
- ประเทศสมาชิกจะมีวาระการตำแหน่ง 3 ปี แต่หากจ่ายเงินประเทศละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 1 ปีแรกที่กฎบัตรมีผลบังคับใช้จะได้เป็นสมาชิกตลอดชีพ
- การตัดสินใจจะกระทำโดยเสียงข้างมาก โดยแต่ละรัฐสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมจะมีสิทธิ์ออกเสียงหนึ่งเสียง แต่ทุกการตัดสินใจจะต้องได้รับการอนุมัติจากประธานที่ประชุม
- คณะกรรมการสันติภาพจะจัดการประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงอย่างน้อยปีละครั้ง และ “ในเวลาและสถานที่เพิ่มเติมตามที่ประธานเห็นสมควร” โดยวาระการประชุมจะต้องได้รับการอนุมัติจากประธาน คณะกรรมการสันติภาพจะจัดการประชุมที่ไม่ใช่การลงคะแนนเสียงกับคณะกรรมการบริหารเป็นประจำ โดยการประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างน้อยทุกไตรมาส
- ทรัมป์มีอำนาจในการถอดถอนสมาชิกได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสมาชิก 2 ใน 3 และประธานจะต้องแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งประธานในทุกกรณี
มีประเทศไหนเข้าร่วมบ้าง
ทรัมป์ส่งคำเชิญไปกว่า 60 ประเทศ อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ฮังการี ออสเตรเลีย แคนาดา พันธมิตรในตะวันออกกลาง รวมทั้งประเทศไทย แต่ขณะนี้มีฮังการีเพียงประเทศเดียวที่ตอบรับเข้าร่วมอย่างชัดเจน
คู่แข่ง UN?
หลายฝ่ายมองว่า Board of Peace ของทรัมป์จะมาเป็นคู่แข่งขององค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งทรัมป์มักวิจารณ์ว่าไม่มีประสิทธิภาพอยู่บ่อยครั้ง
นักการทูตคนหนึ่งเผยว่า “นี่คือ ‘สหประชาชาติแบบทรัมป์’ ที่เพิกเฉยต่อหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ”
นักการทูตตะวันตกอีก 3 คนเผยว่า ดูเหมือนว่าหากดำเนินการต่อไป จะเป็นการบ่อนทำลายสหประชาชาติ
นักการทูตอีก 3 คนและแหล่งข่าวจากอิสราเอลกล่าวว่า ทรัมป์ต้องการให้คณะมนตรีสันติภาพมีบทบาทที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากฉนวนกาซา เพื่อดูแลความขัดแย้งอื่นๆ ที่ทรัมป์กล่าวว่าเขาได้แก้ไขไปแล้ว
ขณะที่โฆษกของ อันโตนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า กูเตเรส “เชื่อว่ารัฐสมาชิกมีอิสระที่จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มต่างๆ” ในการตอบคำถามเกี่ยวกับร่างกฎบัตรของสหรัฐฯ สำหรับคณะกรรมการสันติภาพ
ฟาร์ฮาน ฮัก รองโฆษกสหประชาชาติกล่าวว่า “สหประชาชาติจะยังคงดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายต่อไป”
เจ้าหน้าที่อาวุโสอีกคนหนึ่งของสหประชาชาติไม่ได้กล่าวถึงแผนดังกล่าวโดยตรง แต่กล่าวว่า สหประชาชาติเป็นสถาบันเดียวที่มีความสามารถทางศีลธรรมและทางกฎหมายที่จะรวมทุกชาติเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นชาติใหญ่หรือเล็ก
อันนาเลนา แบร์บ็อก ประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเผยกับ Sky News ว่า หากเราตั้งคำถามต่อสิ่งนั้น เราจะถอยหลังกลับไปสู่ช่วงเวลาที่มืดมนอย่างยิ่ง และว่า เป็นหน้าที่ของแต่ละประเทศที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร
Photo by MANDEL NGAN / AFP





