ประชากรอินเดียแซงจีน โอกาสและความท้าทายของแดนภารตะ

3 ก.พ. 2566 - 15:19

  • อินเดียขึ้นแท่นชาติที่มีประชากรมากสุดในโลก สวนทางกับจีนที่ประชากรลด นี่อาจเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคของแดนภารตะในการก้าวขึ้นมาเป็นชาติชั้นนำหน้าจีน

what_it_means_and_challenge_of_india_as_world_most_populous_country_SPACEBAR_Thumbnail_0ecc387bcf.jpeg
ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวฉาวสะเทือนวงการธุรกิจและการเมืองในอินเดีย จากกรณีโกตัม อดานี มหาเศรษฐีชาวอินเดียที่รวยเบอร์ต้นของโลก เผชิญมรสุมข้อกล่าวหาอื้อฉาวหลายเรื่อง หลังถูกบริษัท ฮินเดนเบิร์ก รีเสิร์จ บริษัทวิจัยการลงทุน ตั้งข้อสงสัยว่า อดานี กรุ๊ป อาจมีการตกแต่งบัญชีบริษัท ฟอกเงิน เลี่ยงภาษี และยังมีหนี้สินจำนวนมาก ทั้งยังมีนักการเมืองระดับประเทศเกี่ยวพันหลายคน  

หากมองดีๆ ข่าวนี้สะท้อนในสิ่งที่อินเดียเผชิญมาโดยตลอดนั่นคือ ความต่างทางชนชั้นระหว่างคนรวยกับคนจน ที่คนรวยก็รวยระดับเศรษฐีชนิดที่สามารถถลุงเงินเล่นได้วันละล้าน แต่หากเป็นคนจนก็ยากจนชนิดรายได้รายวันน้อยกว่า 30 บาท 

อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีข่าวหนึ่งที่ระบุว่า อินเดียได้แซงหน้าจีนขึ้นแท่นเป็นชาติที่มีประชากรมากสุดโลก ตามการประมาณการล่าสุดของสหประชาชาติเมื่อสิ้นปี 2022 ประชากรของอินเดียอยู่ที่ 1.417 พันล้านคน ในขณะที่ตามข้อมูลที่เพิ่งเผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จีนมีประชากรสิ้นปี 2022 มีจำนวนน้อยกว่าเพียงเล็กน้อยราว 1.412 พันล้าน ลดลงจากจำนวนประชากรในปี 2021  

หากอิงตามสถิตินี้ เท่ากับว่าอินเดียขึ้นแท่นเป็นชาติที่มีประชากรมากที่สุดของโลก และมากกว่าจีนราว 5 ล้านคน  

ข่าวนี้ตอกย้ำสิ่งที่นักประชากรศาสตร์และนักวิเคราะห์หลายรายที่มองว่า ตลอดช่วง 100 ปีนับจากนี้ อาจเป็นศตวรรษที่อินเดียจะผงาดขึ้นเทียบชั้นประเทศชั้นนำระดับโลกในหลายด้าน จนถึงขั้นที่มีโอกาสกลายเป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจแซงหน้าจีน แต่ในอีกมุมหนึ่งการที่อินเดียมีประชากรมากเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องท้าทายทรัพยากรเช่นกัน  

ในความเป็นจริงแล้ว ประชากรของอินเดียถูกนับต่ำกว่าปกติมาโดยตลอด ตัวอย่างเช่น นับแต่ปี 1881 เป็นต้นมา อินเดียจะมีรูปแบบการสำรวจสำมะโนประชากรทุกๆ 10 ปี การสำรวจสำมะโนประชากรครั้งล่าสุดของอินเดียมีขึ้นเมื่อปี  2011 ตัวเลขประชากรอินเดียน้อยกว่าปัจจุบันราว 25 ล้านคน  

ในทางกลับกัน จีนซึ่งแม้จะมีการสำรวจสำมะโนประชากรทุกปี แต่ก็พบว่าประชารจีนมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว อี้ฟู่เสียน นักประชากรศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Wisconsin-Madison เคยกล่าวกับนิตยสาร Time ว่า “จำนวนประชากรของจีนเริ่มลดลงนั้น เร็วกว่าที่เจ้าหน้าที่จีนและของสหประชาชาติคาดการณ์ไว้ 9-10 ปี ซึ่งหมายความว่าวิกฤตด้านประชากรศาสตร์ที่แท้จริงของจีนนั้นผันผวนเหนือจินตนาการ…” ตรงข้ามกับอินเดียที่นักประชากรศาสตร์เชื่อว่ามีประชากรเพิ่มขึ้นทุกปี "แม้ว่าจะครบรอบการสำรวจประชากรอินเดียในปี 2021 แต่ต้องถูกเลื่อนออกไปจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่นักวิเคราะห์ประชากรอินเดียแซงหน้าจีนอย่างแน่นอน 
what_it_means_and_challenge_of_india_as_world_most_populous_country_SPACEBAR_Photo01_3ea7b5b39c.jpeg
ผู้คนเดินผ่านตลาดเพื่อจับจ่ายช่วงก่อนเทศกาล Diwali ในมุมไบเมื่อ 21 ตุลาคม 2022 (Photo: Indranil MUKHERJEE / AFP)

ทศวรรษทองของอินเดีย 

มีเหตุผลสองประการที่ทำให้จำนวนประชากรของอินเดียมีมากกว่าจีน ประการแรก อินเดียมีประชากรสูงเป็นประวัติการณ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ราบทางตอนเหนืออันอุดมสมบูรณ์ ที่นั่น เนื่องด้วยเหตุผลทางภูมิอากาศอีกทั้งเป็นแหล่งปลูกธัญพืชสำคัญอย่างข้าวสาลี ซึ่งเป็นธัญพืชในฤดูหนาว และข้าวซึ่งเป็นธัญพืชในฤดูร้อน โดยให้ผลผลิตอาหารมากเป็นสองเท่าของส่วนอื่นๆ ของโลก  

ประการที่สอง อินเดียมีอัตราการเจริญพันธุ์ที่สูงขึ้นช้ากว่าจีน เนื่องจากความล่าช้าในการให้ความรู้แก่ผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิง กล่าวคือหญิงอินเดียมักมีลูกเร็วกว่าผู้หญิงจีน ประกอบกับที่จีนเพิ่งมายกเลิกข้อบังคับนโยบายลูกคนเดียวที่บังคับใช้มานานนับทศวรรษ จึงทำให้การเจริญพันธุ์ของประชากรไม่ทันกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

ประชากรของอินเดียมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับคงที่ สิ่งนี้มาพร้อมกับการที่มีชาวอินเดียจำนวนมากกำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ คาดว่าชาวอินเดีย 2 ใน 3 ของทั้งประเทศ มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งกำลังอยู่ในวัยแรงงานและวัยของการสร้างครอบครัว  

อย่างไรก็ตาม มีบางรัฐของอินเดียที่อัตราการเจริญพันธุ์ลดลงต่างจากพื้นที่อื่น อาจจะเนื่องด้วยสภาพสังคม กลุ่มชาติพันธุ์ ภาษา ความเชื่อ หรืออื่นๆ ที่เป็นปัจจัยเสริม เช่น ในรัฐอุตตรประเทศและรัฐพิหาร ซึ่งมีประชากรพูดภาษาฮินดีและมีประชากรหนาแน่นของอินเดีย อัตราการเจริญพันธุ์อยู่ที่ 2.35 และ 2.98 ต่อผู้หญิงหนึ่งคนตามลำดับ ในขณะที่ในรัฐทางใต้หลายรัฐ อัตราการเจริญพันธุ์ต่ำกว่า 2.1 เนื่องจากความเชื่อทางกลุ่มศาสนา ภาษา และชาติพันธุ์ เช่นเดียวกับอัตราการเกิดของชาวมุสลิมในอินเดียที่ลดลงจาก 4.4 เป็น 2.6 ในขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน  

แล้วอะไรคือนัยสำคัญของการที่อินเดียมีประชากรมากกว่าจีน พร้อมกับมีอัตราเจริญพันธุ์ที่สูงกว่า คำตอบง่ายๆ เลยคือ นี่อาจเป็นช่วงเวลาโอกาสทองของประเทศ แม้ว่าอินเดียจะมีความยากจน ความต่างทางชนชั้น ตลอดจนการเข้าถึงโอกาสและการศึกษาที่ไม่ทั่วถึง แต่อินเดียก็เป็นประเทศที่เปี่ยมไปด้วยพลวัตความคิดความหลากหลาย และการเปลี่ยนแปลง ด้วยประชากรมากกว่าสองในสามอยู่ในวัยทำงาน จึงมีโอกาสในด้านตลาดแรงงานที่มากกว่าจีน  

แม้อินเดียยังคงมีการว่างงานและการจ้างงานนอกระบบอยู่มาก ทว่าการผลิตจากต่างแดนก็หลั่งไหลมาที่อินเดีย ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่น โทรศัพท์มือถือ และเซมิคอนดักเตอร์ และอินเดียกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามในโลกภายในสิ้นทศวรรษ ในขณะเดียวกันวัฒนธรรมอินเดียก็กำลังบุกพื้นที่ทั่วโลกมากขึ้น เห็นได้จากภาพยนตร์บนเน็ตฟลิกซ์เรื่อง "คังกุไบ" หรือเรื่อง “RRR” ที่ภาพยนตร์เรื่องแรกจากอินเดียที่ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ 
what_it_means_and_challenge_of_india_as_world_most_populous_country_SPACEBAR_Photo02_05a082675b.jpeg
ผู้โดยสารอินเดียขณะเดินทางด้วยรถไฟในเมืองมุมไบ เมื่อ 8 กันยายน 2022 (Photo: Indranil MUKHERJEE / AFP)

ความท้าทายในทรัพยากร 

ตามที่ผู้เขียนสะท้อนไปในช่วงแรก แม้อินเดียซึ่งมีขุมทรัพย์ด้านทรัพยากรแรงงานที่มากที่สุดของโลก แต่ในแง่หนึ่งมันก็กำลังจะเป็นปัญหาปมใหญ่ ด้วยประชากรจำนวนมากหมายถึงแรงงานจำนวนมากและตลาดสินค้าและบริการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ สิ่งนี้สามารถช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสร้างโอกาสในการทำงาน ในทางกลับกัน ประชากรจำนวนมากยังสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย น้ำสะอาด ระบบขนส่ง สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการศึกษา 

ประชากรที่เพิ่มขึ้นกำลังสร้างความท้าทายต่อระบบการเมืองและสังคมของประเทศ ช่วงกลางปี 2024 อินเดียในฐานะชาติประชาธิปไตยขนาดใหญ่ที่สุดของโลก งานหินของรัฐบาลในอนาคตคือ การต้องมั่นใจว่ามีนโยบายและโครงการต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพมากพอในการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชากรจำนวนมากและหลากหลายซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานได้ เช่น อาหาร ที่พักอาศัย และการดูแลสุขภาพ  

นอกจากนี้ อินเดียยังต้องเร่งลดอัตราความยากจนและความเหลื่อมล้ำในระดับสูง ปรับปรุงระดับการศึกษาและการอ่านออกเขียนได้ ตลอดจนแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม 

แม้ปัจจัยด้านการเมืองอาจเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่อินเดียกำลังเติบโตขึ้นแซงหน้าจีน เป็นปัจจัยแน่นอนที่อินเดียต้องเผชิญซึ่งเป็นทั้งโอกาสบนความหลากหลาย และความท้าทายในทรัพยากร ท้ายที่สุดแล้วอินเดียจะสะดุดขาในการพัฒนาของตนเองหรือไม่ แต่ผู้เขียนเชื่อว่าในทศวรรษหน้าจะเป็นทศวรรษของอินเดียอย่างแน่นอน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์