สหรัฐฯ จะแทรกแซงอิหร่านยังไงได้บ้าง

14 ม.ค. 2569 - 16:30

  • ทรัมป์เผยว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังพิจารณา “ทางเลือกที่รุนแรงมาก” ต่ออิหร่าน

  • การล่มสลายของระบอบอิหร่านเป็นเป้าหมายระยะยาวของสหรัฐฯ ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา

  • นักวิจัยอาวุโสในสิงคโปร์เตือนว่า การแทรกแซงของสหรัฐฯ ในอิหร่านอาจกลายเป็นการคำนวณผิดพลาด

สหรัฐฯ จะแทรกแซงอิหร่านยังไงได้บ้าง

ขณะที่อิหร่านยังคงปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนในการพิจารณาว่าจะตอบโต้ด้วยวิธีใดดีที่สุด

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังพิจารณา “ทางเลือกที่รุนแรงมาก” ต่ออิหร่าน พร้อมเสริมว่า “ดูเหมือนว่า” เตหะรานได้ก้าวข้ามเส้นแดงที่เขาเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการสังหารผู้ประท้วงแล้ว

การประท้วงครั้งใหญ่ใน 31 จังหวัดของอิหร่าน ซึ่งเกิดจากการล่มสลายทางเศรษฐกิจ ถือเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อผู้ปกครองสาธารณรัฐอิสลามในรอบหลายทศวรรษ

ทำไมทรัมป์ต้องการแทรกแซงอิหร่าน

ดร. ฌอง-ลูป ซามาน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันตะวันออกกลาง มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า การล่มสลายของระบอบอิหร่านเป็นเป้าหมายระยะยาวของสหรัฐฯ ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา

อิหร่านเป็นศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐฯ นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979 โค่นล้มชาห์ผู้สนับสนุนตะวันตก

นับตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองประเทศได้สลับไปมาระหว่างช่วงเวลาแห่งความเป็นปรปักษ์และการเจรจาทางการทูตอย่างระมัดระวัง ความสัมพันธ์แตะจุดสูงสุดด้วยข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015 ซึ่งอิหร่านจำกัดโครงการนิวเคลียร์อย่างมากเพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

แต่ทรัมป์ได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวฝ่ายเดียวในปี 2018 ทำให้เกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023

ดร.ซามานกล่าวกับสำนักข่าว CNA ว่า เป้าหมายสูงสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการแทรกแซงอิหร่านคือ การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ซึ่งอาจมาพร้อมกับการสนับสนุนผู้นำใหม่ในอิหร่านที่สามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ ได้

การประท้วงที่เริ่มต้นจากความโกรธเคืองต่อราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นได้ขยายวงกว้างไปสู่ความท้าทายที่กว้างขึ้นต่อผู้ปกครองอิหร่านซึ่งเป็นผู้นำทางศาสนาที่ปกครองประเทศมานานกว่า 45 ปี

ชาวอิหร่านเริ่มไม่พอใจกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านที่มีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีผลประโยชน์ทางธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ รวมถึงน้ำมันและก๊าซ การก่อสร้าง และโทรคมนาคม

ดร.ซามานกล่าวว่า “แรงจูงใจของทรัมป์สร้างขึ้นจากมุมมองเหล่านี้ ทีมงานของทรัมป์อาจสันนิษฐานว่า หากสหรัฐฯ เข้าแทรกแซง จะสามารถเร่งการล่มสลายของสาธารณรัฐอิสลามได้”

“ด้วยตรรกะเช่นนั้น มันจะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ เนื่องจากความขุ่นเคืองทางประวัติศาสตร์ (ความทรงจำเกี่ยวกับการยึดสถานทูตสหรัฐฯ โดยกลุ่มปฏิวัติอิหร่าน ความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนของอิหร่านทั่วตะวันออกกลาง)”

อย่างไรก็ดี ดร.ซามานกล่าวว่า ทรัมป์ยังคงไม่น่าจะลงทุนในแคมเปญเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

“เขาอาจตัดสินใจเข้าแทรกแซงเพื่อบังคับให้ระบอบการปกครองล่มสลาย แต่การสร้างชาติเป็นสิ่งที่เขารังเกียจ เขาอาจเลือกสถานการณ์แบบเวเนซุเอลา คือโค่นล้มระบอบการปกครองปัจจุบันและปล่อยให้ผู้เล่นเผด็จการรายอื่นๆ เข้ามาแทนที่” ดร.ซามานกล่าว

ดร. เจมส์ ดอร์ซีย์ นักวิจัยอาวุโสประจำโรงเรียนการศึกษานานาชาติ เอส. ราชารัตนัม เตือนว่า การแทรกแซงของสหรัฐฯ ในอิหร่านอาจกลายเป็นการคำนวณผิดพลาด

“มีประชากรอิหร่านจำนวนมากที่ไม่ชอบระบอบการปกครองนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาต้องการเห็นการแทรกแซงจากต่างชาติ” ดอร์ซีย์กล่าว

ทรัมป์จะใช้กำลังทหารในอิหร่านหรือไม่

ทั้ง ดร.ดอร์ซีย์ และ ดร.ซามาน ยอมรับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงทางทหารในอิหร่าน หลังจากการโจมตีเวเนซุเอลาเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจทำให้ทรัมป์ฮึกเหิมขึ้น

ดร.ดอร์ซีย์กล่าวว่า “เขารู้สึกอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีอำนาจทางทหาร ความสามารถทางทหาร และอำนาจที่จะบังคับใช้เจตจำนงของตนกับประเทศอื่นๆ”

“การแทรกแซงทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นปฏิบัติการครั้งเดียวหรือปฏิบัติการต่อเนื่องหลายครั้ง มีจุดประสงค์เพื่อเสริมกำลังผู้ประท้วง เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในโลกอยู่เคียงข้างพวกเขา และด้วยการทำเช่นนั้น เขาจะเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง” ดร.ดอร์ซีย์กล่าว

ถึงกระนั้น ดร.ดอร์ซีย์ก็ชี้ให้เห็นว่า การแทรกแซงใดๆ ในอิหร่านจะ “ไม่ง่าย” เหมือนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

อิหร่านมีกองกำลังทหารที่ผ่านการรบมาอย่างโชกโชน นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าเวเนซุเอลามาก และมีระบอบการปกครองที่เป็นเอกภาพมาก” ดร.ดอร์ซีย์เผยกับ CNA โดยระบุว่า สหรัฐฯ ก็ไม่มีกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินในภูมิภาคนี้ในขณะนี้

“เห็นได้ชัดว่าเขามีกองกำลังจำนวนมาก รวมถึงฐานทัพอากาศทั่วอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตาม รัฐต่างๆ ในอ่าวเปอร์เซียคงไม่อยากเห็นสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านจากดินแดนของตัวเอง” ดร.ดอร์ซีย์กล่าว

ดร.ซามานกล่าวว่า การใช้กำลังใดๆ ในอิหร่านน่าจะเป็นทางเลือกที่จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางอากาศโดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนและทางทหารของระบอบการปกครอง พร้อมเสริมว่า อาจดูคล้ายกับการที่สหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามอิสราเอล-อิหร่านเมื่อปีที่แล้ว

ดร.ซามานเผยว่า “ผมสงสัยว่าทำเนียบขาวจะพิจารณาอย่างจริงจังถึงการมีส่วนร่วมที่ใหญ่กว่า เช่น ปฏิบัติการภาคพื้นดิน” และว่า การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในปีนี้ รัฐบาลทรัมป์ก็คงลังเลที่จะเข้าไปพัวพันกับสงครามระดับภูมิภาคก่อนหน้านั้น

วาลิ นาสร์ ศาสตราจารย์จากโรงเรียนการศึกษาระหว่างประเทศขั้นสูงแห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ด้วยการประท้วงในเมืองต่างๆ ของอิหร่านกว่า 130-150 เมือง การที่สหรัฐฯ พยายามโจมตีหน่วยงานรักษาความปลอดภัยในทุกเมืองนั้นจะต้องใช้มากกว่าแค่การโจมตีทางอากาศเพียงไม่กี่ครั้ง

นาสร์เผยอีกว่า เนื่องจากทรัมป์ “อาจไม่อยากลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อาจเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากกว่า”

ทรัมป์ทำอะไรได้อีกบ้าง

นอกจากการโจมตีทางทหารแล้ว การใช้อาวุธไซเบอร์ลับ การขยายมาตรการคว่ำบาตร และการให้ความช่วยเหลือทางออนไลน์แก่แหล่งข้อมูลต่อต้านรัฐบาล เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถูกนำเสนอต่อทรัมป์ ตามรายงานของ Wall Street Journal

ทรัมป์ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า ประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับอิหร่านจะต้องเผชิญกับภาษีใหม่ 25 เปอร์เซ็นต์สำหรับการส่งออกไปยังสหรัฐฯ

“คำสั่งนี้เป็นที่สิ้นสุดและเด็ดขาด” ทรัมป์กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอำนาจทางกฎหมายที่จะใช้ในการกำหนดภาษี หรือว่าภาษีเหล่านั้นจะมุ่งเป้าไปที่คู่ค้าทั้งหมดของอิหร่านหรือไม่

ทรัมป์ยังบอกอีกว่า มีแผนจะพูดคุยกับ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ SpaceX เกี่ยวกับการปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตในอิหร่าน หลังทางการตัดสัญญาณมา 4 วันแล้ว

การแทรกแซงของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

ดร.ซามานกล่าวว่า ในระดับภายในประเทศ การแทรกแซงของสหรัฐฯ ในอิหร่านอาจส่งผลเสียต่ออิหร่านเอง “มันอาจช่วยเสริมเรื่องราวทางการเมืองของระบอบอิหร่านที่ว่า การประท้วงถูกจัดฉากโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล”

ในมุมมองของ ดร.ซามาน ผลกระทบในระดับภูมิภาคจะขึ้นอยู่กับขนาดของการแทรกแซง โดยระบุว่า ปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐฯ ในวงจำกัดนั้นไม่น่าจะมีผลกระทบต่อภูมิภาคในวงกว้าง

“ปัจจัยที่สำคัญกว่าคือ การล่มสลายของระบอบการปกครอง ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมากต่อประเทศเพื่อนบ้าน อิรัก และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ” ดร.ซามานเผยกับ CNA

ดร.ดอร์ซีย์คิดว่าการแทรกแซงใดๆ ของสหรัฐฯ จะส่งข้อความไปยังภูมิภาคในวงกว้าง “ข้อความนั้นคือ เราจะแทรกแซงเมื่อเราคิดว่ามันเป็นผลประโยชน์ของเรา”

อิหร่านเตือนผ่านทางประธานรัฐสภาของประเทศว่า กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลจะเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” หากสหรัฐฯ ใช้กำลังเพื่อปกป้องผู้ประท้วง

Photo by PIERO CRUCIATTI / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์