สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงบานปลายต่อเนื่อง หลังกองทัพอิสราเอล (IDF) และกลุ่มติดอาวุธอิซบุลเลาะห์ต่างแก้แค้นผลัดกันโจมตีกันไปมา และล่าสุดที่อิสราเอลออกแถลงการณ์เปิดฉากโจมตีทางอากาศในเลบานอนเมื่อวันอาทิตย์ (25 ส.ค.) หลังจากที่ประเมินแล้วว่า กลุ่มฮิซบุลเลาะห์กำลังเตรียมการยิงขีปนาวุธและจรวดเข้ามายังอิสราเอล ขณะที่กลุ่มอิซบุลเลาะห์ยังไม่ได้ตอบสนองใดๆ ต่อแถลงการณ์ดังกล่าว
ว่ากันว่ากลุ่มฮิซบุลเลาะห์มีฐานที่มั่นอยู่ในเลบานอนทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และได้รับการสนับสนุนขีปนาวุธและจรวดมากกว่า 150,000 ลูกจากอิหร่าน อีกทั้งยังเป็นที่เลื่องลือว่าเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีอาวุธอันตรายที่สุดในโลก และมีศักยภาพมากพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับอิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาคอย่างมากเลยทีเดียว
SPACEBAR พาเปิดคลังแสงของกลุ่มอิซบุลเลาะห์ว่ามีอะไรบ้าง
จรวดและขีปนาวุธ
ฮิซบุลเลาะห์ได้ขยายขนาดและคุณภาพของคลังอาวุธของตัวเองนับตั้งแต่ทำสงครามเต็มรูปแบบครั้งล่าสุดกับอิสราเอลในปี 2006 และปัจจุบัน มีจรวดจำนวนมากที่สามารถโจมตีได้ทุกพื้นที่ในอิสราเอล ได้แก่ :
- จรวดปืนใหญ่ไม่มีระบบนำวิถี เช่น ระบบจรวด Falaq-1 และ Falaq-2 ซึ่งมีพิสัยการโจมตีประมาณ 11 กิโลเมตร
- ขีปนาวุธนำวิถีแม่นยำ เช่น Fateh 110 ซึ่งมีพิสัยการโจมตีประมาณ 300 กิโลเมตร เพียงพอที่จะยิงจากเลบานอนไปถึงกรุงเทลอาวีฟและเยรูซาเล็มได้
- ขีปนาวุธข้ามทวีป
- ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน
- ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง
- ขีปนาวุธต่อต้านเรือ
แน่นอนว่าผู้สนับสนุนและซัพพลายเออร์อาวุธหลักของฮิซบุลเลาะห์ก็คือ ‘อิหร่าน’ นอกจากนี้อาวุธส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นของอิหร่าน รัสเซีย หรือจีน
ซัยยิด ฮัสซัน นัซรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ เผยว่า “ในปี 2021 อิซบุลเลาะห์มีนักรบ 100,000 คน” ขณะที่ CIA World Factbook แหล่งข่าวที่อ้างอิงจากสำนักข่าวกรองคาดว่าในปี 2022 อิซบุลเลาะห์จะมีนักรบมากถึง 45,000 คน โดยประมาณ 20,000 คนเป็นนักรบประจำกลุ่ม
“อิซบุลเลาะห์มีจรวดราว 15,000 ลูกในปี 2006 แต่จากการประมาณการอย่างไม่เป็นทางการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า” ดีนา อารักจี นักวิเคราะห์ร่วมของบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง ‘Control Risks’ กล่าว
โดรน

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อิสราเอลกล่าวหาว่ากลุ่มฮิซบุลเลาะห์อยู่เบื้องหลังการโจมตียิงโดรนไปทางภาคเหนือของอิสราเอลและที่ราบสูงโกลัน คร่าชีวิตเด็กและเยาวชนที่อยู่อาศัยบริเวณนั้น 12 ราย ถึงแม้อิซบุลเลาะห์จะปฏิเสธ แต่อิสราเอลก็ลั่นวาจาไว้ว่าจะเอาคืนแน่นอน
นัซรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มเผยว่า “อิซบุลเลาะห์มีโดรนสำรองจำนวนมาก” หนึ่งในนั้นมีโดรนระเบิด (Kamikaze drones) ซึ่งอารักจี บอกว่า “โดรนชนิดนี้ทำให้อิซบุลเลาะห์ได้เปรียบทางยุทธวิธีเนื่องจากสามารถยิงได้จากทุกที่ และโดรนเหล่านี้เป็นอาวุธใช้ครั้งเดียวที่มีราคาไม่แพง”
นอกจากนี้ ฮิซบุลเลาะห์ก็ยังมีโดรนโจมตี Shahed 136 และยานบินไร้คนขับของอิหร่านอื่นๆ ด้วย ซึ่งบางลำมีระบบนำทางแบบคู่ คือ ระบบอิเล็กโทร–ออพติกส์ และ GPS
เป้าหมายทางทะเล

นัซรัลเลาะห์ เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ในสงครามเต็มรูปแบบ ชายฝั่งทั้งหมดของอิสราเอล ท่าเรือทั้งหมด เรือและเรือเดินทะเลทั้งหมดจะได้รับผลกระทบ”
นั่นก็เพราะว่า กลุ่มฮิซบุลเลาะห์มีขีปนาวุธต่อต้านเรือความเร็วเหนือเสียง ‘Yakhont’ ของรัสเซียซึ่งมีพิสัยไกล 300 กิโลเมตร และยังมีขีปนาวุธต่อต้านเรือ ‘Silkworm’ ที่ผลิตในจีนอีกด้วย
อาวุธทั้ง 2 ชนิดนี้มีความแม่นยำและรวดเร็วมาก และมันสามารถใช้โจมตีเป้าหมายในทะเล รวมถึงแท่นขุดเจาะได้
ระบบป้องกันภัยทางอากาศ

ฮิซบุลเลาะห์ออกแถลงการณ์ว่า กองกำลังของตัวเองได้ยิงโดรนรุ่น Hermes 450 และ Hermes 900 ของอิสราเอลตกหลายลำระหว่างสงครามอิสราเอล-ฮามาส และยังกล่าวอีกว่าได้ใช้ขีปนาวุธเหล่านี้โจมตีเครื่องบินรบของอิสราเอล
“ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานสามารถสร้างแรงกดดันต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศหลายชั้นของอิสราเอลได้ แม้ว่าขีปนาวุธจะไม่ได้ท้าทายอำนาจทางอากาศของอิสราเอลมากนัก แต่ขีปนาวุธเหล่านี้จะทำให้กองทัพอิสราเอลต้องปรับรูปแบบปฏิบัติการโจมตี” อารักจี กล่าว
นักรบและอุโมงค์ใต้ดิน
เมื่อเดือนที่แล้ว นัซรัลเลาะห์ กล่าวว่า จำนวนนักรบของกลุ่มมีจำนวนเกิน 100,000 นาย รวมถึงมีกองกำลังสำรองด้วย แถมกลุ่มของเขายังปฏิเสธข้อเสนอจากพันธมิตรอย่างซีเรีย อิรัก เยเมน และอิหร่าน ในการส่งนักรบไปช่วย
เป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มติดอาวุธมักมีอุโมงค์เอาไว้สำหรับเก็บอาวุธ และหลบหนี แน่นอนว่ากลุ่มฮิซบุลเลาะห์ก็น่าจะมีเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่กว้างขวางด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในเลบานอนตอนใต้ รวมถึงในหุบเขาเบกาทางตะวันออก ใกล้กับชายแดนซีเรีย
และอิซบุลเลาะห์ได้อพยพผู้คนออกจากพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของเลบานอนแล้ว หลังจากที่อิสราเอลขู่จะตอบโต้
“ฮิซบุลเลาะห์เตรียมพร้อมสำหรับสงครามแบบเดียวกับฮามาส...พวกเขาจะอยู่ใต้ดิน” ผู้เชี่ยวชาญกล่าว




