ทำเนียบขาวประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (17 ก.ค.) ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังป่วยเป็น ‘ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง’ (Chronic Venous Insufficiency / CVI) หลังมีข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับภาพถ่ายที่เผยให้เห็นรอยฟกช้ำบนมือของทรัมป์
“หลังจากมีอาการบวมที่ขาเมื่อไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้เข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจหลอดเลือดด้วย” แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าว
แพทย์ได้ใช้การตรวจทางหลอดเลือด พร้อมอัลตราซาวนด์ที่ขาทั้งสองข้าง ซึ่งพบว่าเส้นเลือดดำในขาของทรัมป์ทำงานล้มเหลว จึงทำให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจได้ไม่เต็มที่ จนเกิดการสะสมของเลือดบริเวณขา และอาจทำให้เกิดอาการบวมขึ้นได้
อาการของโรคนี้รวมถึงอาการบวมบริเวณขาและข้อเท้า ซึ่งทรัมป์มีอาการบวมเล็กน้อย แต่แพทย์ยืนยันว่าไม่พบภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก (DVT) อีกทั้งผลการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนกลับ (echocardiogram) ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่มีสัญญาณของปัญหาหัวใจ วัณโรค หรือโรคระบบอื่นๆ และแพทย์ยังระบุอีกว่า ‘ทรัมป์ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดจากโรคนี้’
“หลอดเลือดดำและลิ้นในหลอดเลือดดำช่วย ‘ดันเลือดให้ไหลขึ้นและออกจากขา’ กลับเข้าสู่หัวใจ กระแสเลือดที่ไหลจากขากลับสู่หัวใจต้องไหลย้อนแรงโน้มถ่วง จึงทำให้กระบวนการนี้เป็นไปได้ยากขึ้น ดังนั้น ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง ก็คือ ภาวะที่หลอดเลือดดำและลิ้นในหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ทำให้เลือดไหลย้อนกลับลงไปในขา”
— ดร.เมอริล โลแกน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านศัลยกรรมหลอดเลือด มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC
ทรัมป์ยัง ‘แข็งแรงดี’

ทรัมป์ในวัย 79 ปี มักชอบเอ่ยถึงสุขภาพที่ดีของเขา และเคยกล่าวว่าตัวเองเป็น “ประธานาธิบดีที่สุขภาพแข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา”
ตามบันทึกของ ฌอน บาร์บาเบลลา แพทย์ประจำทำเนียบขาวที่เผยแพร่ต่อผู้สื่อข่าว ระบุว่า “อาการดังกล่าวเป็น ‘ภาวะที่ไม่รุนแรงและพบได้บ่อย’ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป...ไม่มีสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว ความบกพร่องของไต หรือโรคระบบอื่นๆ ในตัวทรัมป์ โดยรวมแล้ว ทรัมป์ยังมี ‘สุขภาพที่ดีเยี่ยม’”
ส่วนรอยช้ำบนมือทรัมป์นั้น แถลงการณ์จากทำเนียบขาวชี้แจงว่า “เกิดจากการระคายเคืองของเนื้อเยื่อเล็กน้อยจากการจับมือบ่อยครั้ง และยังเกี่ยวข้องกับการใช้ยาแอสไพรินที่ทรัมป์รับประทานเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคหัวใจ โดยรอยช้ำนั้นไม่ใช่สัญญาณของโรคร้ายแรง หรืออาการรุนแรงแต่อย่างใด”
“คนเราเมื่ออายุมากขึ้นมักจะมีโอกาสเป็นรอยช้ำได้ง่ายขึ้น และมักพบในผู้ที่ใช้ยาแอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือดชนิดอื่นๆ ถ้ามีคนบีบมือคุณแรงพอ (ก็สามารถเกิดรอยช้ำได้)...นั่นคงจะเป็นการจับมือที่แน่นมากทีเดียว”
— ดร.แมทธิว เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานแผนกศัลยกรรมหลอดเลือด มหาวิทยาลัยเวคฟอเรสต์ เผยกับ BBC
ก่อนหน้านี้ ช่างภาพได้ถ่ายภาพขาที่ดูเหมือนจะบวมของทรัมป์ ขณะเข้าร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสร ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา และภาพถ่ายอื่นๆ ที่ถ่ายเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งเผยให้เห็นรอยช้ำที่มือของทรัมป์ ขณะพบปะกับนายกฯ ซัลมาน บิน ฮามัด บิน อิซา อัล คาลิฟา ของบาห์เรนที่ทำเนียบขาว
รอยฟกช้ำบนมือของทรัมป์เคยถูกถ่ายภาพไว้ก่อนหน้านี้ระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ดี อาการขาบวมและรอยฟกช้ำของทรัมป์ก่อให้เกิดการคาดเดาและข่าวลือบนโลกออนไลน์ว่า ‘ประธานาธิบดีอาจกำลังป่วยด้วยโรคร้ายแรงที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ’ หรือไม่
(Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP)





