คำเตือนมากมายเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ได้กระตุ้นให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ลง
สัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้น เมื่อนักวิจัยทั้งในอดีตและปัจจุบันออกมาระบุว่า “AI อาจทำลายล้างมนุษยชาติ” “มีความเป็นไปได้สูงกว่า 10% ที่มันจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด”
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่าง OpenAI และ Anthropic กำลังผลักดันให้กฎหมายเข้ามาควบคุม AI เช่นเดียวกับหัวหน้าฝ่าย AI ของ Microsoft ที่เพิ่งออกมาเตือนว่า “ต้องมีกฎระเบียบเพื่อป้องกันไม่ให้ ‘เผ่าพันธุ์ซิลิคอน’ (Silicon Species) พัฒนาขึ้นมาแข่งกับมนุษย์ในอนาคต”
แต่ในอีกมุมหนึ่ง บางฝ่ายกลับมองว่าเสียงเรียกร้องเหล่านี้เป็นเพียงการเล่นละครของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เพื่อกีดกันคู่แข่งและรักษาอำนาจผูกขาดของตัวเองไว้
ทำไมผู้เชี่ยวชาญบางคนถึงคิดว่า ‘AI’ อาจเป็นภัยคุกคาม?

“เริ่มมีสัญญาณที่น่ากังวลว่าระบบ AI กำลังพัฒนาความสามารถและทรงพลังขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป” นักวิจัย AI บางส่วนกล่าว ขณะที่ เอแวน ฮูบิงเกอร์ หัวหน้าทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Anthropic เตือนว่า “มีความเป็นไปได้มากกว่า 10% ที่ AI ‘อาจฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด’ ภายในทศวรรษหน้า”
แม้ฮูบิงเกอร์จะกล่าวว่า “ความเสี่ยงจากระบบ AI ในปัจจุบันยังคง ‘ต่ำ’” แต่ความคิดเห็นของฮูบิงเกอร์ก็เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ เจคอบ ค็อกซอน นักวิจัยอีกรายลาออกจาก Anthropic พร้อมกับเตือนว่า “เหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้กำลังจะสูญเสียการควบคุมมันไปแล้ว”
ค็อกซอน เปิดเผยกับ BBC ว่า ตัวเขาและพนักงานคนอื่นๆ รู้สึก ‘กลัวอย่างแท้จริง’ ต่อความเร็วในการพัฒนาของ AI และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับมนุษยชาติ
ความกลัวว่า AI จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นความกังวลที่มีมานานหลายทศวรรษแล้ว โดยเฉพาะหากมันพัฒนาจนฉลาดเท่าทันหรือเหนือกว่ามนุษย์ ถึงขนาดที่ แอลัน ทัวริง บิดาแห่งคอมพิวเตอร์ ยังเคยเขียนเตือนไว้ตั้งแต่ช่วงปี 1950 ว่า “ถ้าในอนาคตเครื่องจักรมีความคิดและสติปัญญาขึ้นมาได้จริง พวกมันก็อาจจะเข้ามาครอบงำและควบคุมมนุษย์ในที่สุด”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัท AI ยักษ์ใหญ่ต่างแข่งขันกันพัฒนาขีดความสามารถของระบบให้เก่งกาจยิ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพื่อหวังทำกำไรและมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดที่พวกเขาเรียกว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์ระดับสุดยอด’ (Superintelligence) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในทางทฤษฎีที่มีความฉลาดล้ำหน้าเกินมนุษย์
AI ระดับสุดยอดนี้จะแตกต่างจาก AI ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันที่ช่วยเขียนอีเมล หรือสร้างวิดีโอ เพราะมันไม่ได้ทำงานง่ายๆ ทีละอย่าง แต่จะสามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้นได้หลายเท่า
ทั้ง OpenAI และ Anthropic ระบุว่า พวกเขามีเป้าหมายที่จะพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ให้เกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติ พร้อมทั้งสร้างแนวทางป้องกัน ‘ไม่ให้มันกลายเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของมนุษย์’
แต่บรรดานักวิจารณ์บางส่วนกลับเชื่อว่า “เครื่องจักรไม่มีวันพัฒนาจนมีความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ได้จริงๆ...บริษัท AI เหล่านี้จงใจพูดเกินจริงเกี่ยวกับความสามารถของเทคโนโลยี เพื่อสร้างชื่อเสียงและเพิ่มผลกำไรให้กับตัวเองเท่านั้น”
แล้ว AI จะทำลายล้างมนุษยชาติได้อย่างไร...

“AI พัฒนาเร็วเกินคาดมาก โดยเฉพาะการที่มันเริ่มมีความสามารถในการสร้าง AI รุ่นใหม่ขึ้นมาได้ด้วยตัวมันเอง...สิ่งนี้คือความกังวลที่ว่า เมื่อ AI พัฒนาไปถึงจุดหนึ่ง ในทางทฤษฎีแล้วมันอาจจะเริ่มอัปเกรดและพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ โดยที่มนุษย์ไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องเลย”
— ดาริโอ อาโมเดอี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic เผย
ความกลัวเหล่านี้เริ่มมีมูลความจริงมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุการณ์ล่าสุดที่เครื่องมือ AI แอบแฮ็กระบบเว็บไซต์ต่างๆ เอง ทั้งที่ไม่มีใครสั่งให้ทำ จนนักวิจัยออกมาเตือนว่า “ผู้พัฒนาเริ่มกลัวว่าจะสูญเสียการควบคุมระบบที่เรียกว่า ‘AI Agents’ (เอไอเอเจนต์) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถคิด ตัดสินใจ และลงมือทำงานต่าง ๆ เองได้อย่างอิสระ”
สิ่งที่น่ากลัวคือ AI ฉลาดล้ำเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ทั้งการจารกรรมข้อมูล แฮกเกอร์โจมตีไซเบอร์ ทำสงครามชีวภาพ หรือทำลายระบบเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจ หรือเกิดจากความผิดพลาดของระบบก็ตาม
อย่างไรก็ตาม คำเตือนเหล่านี้ยังเป็นเพียงเรื่องในอนาคตและทฤษฎี ซึ่งนักวิจารณ์บางส่วนมองว่า “เป็นเรื่องที่พูดเกินจริงไปมาก”
แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนแย้งว่า “เราไม่ควรตื่นกลัวแต่เรื่อง ‘วันสิ้นโลก’ จนละเลยภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน เช่น การใช้ AI ทำรูปนู้ดปลอม (Deepfakes) ของผู้หญิงโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม การสร้างข่าวปลอมเพื่อปั่นหัวผู้คน และการเพิ่มขึ้นของขบวนการต้มตุ๋นออนไลน์”
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มนักการเมืองจากหลายพรรคจึงได้ออกรายงานเตือนว่า “AI กำลังละเมิดสิทธิมนุษยชน” พร้อมจี้ให้เร่งออกกฎหมายใหม่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่รุนแรงนี้ทันที





