อิหร่านตอบโต้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลูกใส่ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางที่ตั้งกองกำลังและฐานทัพของสหรัฐฯ
พลเอกแดน เคน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) ว่า “นับตั้งแต่เริ่มสงคราม สหรัฐฯ ได้สกัดกั้นขีปนาวุธหลายร้อยลูกที่มุ่งเป้าไปที่กองกำลังสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรของเรา และเสถียรภาพในภูมิภาค”
การสกัดกั้นเหล่านั้นประสบความสำเร็จ เพราะสามารถป้องกันไม่ให้ขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงและระบบสกัดกั้นไฮเทคที่ขาดแคลน “มีความเสี่ยงที่สหรัฐฯ และพันธมิตรอาจจะขาดแคลนระบบสกัดกั้นก่อนที่อิหร่านจะขาดแคลนขีปนาวุธ แม้ว่าจะยังไม่แน่นอนก็ตาม” เคลลี กรีเอโก นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์วิจัยสติมสัน กล่าว
“ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง อิสราเอลประเมินว่าอิหร่านมีขีปนาวุธประมาณ 2,500 ลูก ซึ่งมากกว่าจำนวนขีปนาวุธสกัดกั้นของอิสราเอลและสหรัฐฯ รวมกันอย่างแน่นอน แต่ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลก็กำลังตามล่าหาฐานยิงและคลังเก็บขีปนาวุธอิหร่านอยู่เช่นเดียวกัน...”
— กรีเอโก กล่าว
ขณะที่พลเอกเคนกล่าวว่า “โดรนของอิหร่านเป็นภัยคุกคาม” แต่เขาไม่ได้เปิดเผยจำนวนโดรนที่ถูกยิงตก เพียงแต่กล่าวว่า “ระบบของเราพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้าน โดยสามารถสกัดเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว”
ด้านกรีเอโกกล่าวว่า “การขาดแคลน ‘ขีปนาวุธสกัดกั้น’ นั้นเป็สถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด เพราะเราต้องใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นโดรน แต่ก็ไม่มากเท่ากับขีปนาวุธ”
ระยะเวลาของความขัดแย้งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อจำนวนขีปนาวุธสกัดกั้นที่จำเป็น และขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะกินเวลานานแค่ไหน แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะกล่าวเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) ว่า “เราได้ดำเนินการสงครามเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มากแล้ว ตั้งแต่แรกเริ่ม เราคาดการณ์ไว้ว่าจะใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ แต่เรามีความสามารถที่จะยืดเยื้อได้นานกว่านั้น” ทรัมป์ กล่าว
โจ คอสตา ผู้อำนวยการโครงการด้านกลาโหมของสภาแอตแลนติก กล่าวว่า “ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกับอิหร่านอาจทำให้สหรัฐฯ ขาดขีปนาวุธสกัดกั้นทางอากาศที่สำคัญเพื่อเอาไว้สู้กับจีนและภัยคุกคามทั่วโลกอื่นๆ...มันขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะสามารถทำลายขีดความสามารถในการยิงขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด”
“การผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นนั้นไม่ทันความต้องการ...ทุกภูมิภาค ตั้งแต่ยุโรปและอินโดแปซิฟิกไปจนถึงตะวันออกกลาง ต่างมีความต้องการอย่างเร่งด่วนสำหรับระบบยิงและระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ และสหรัฐฯ กำลังใช้งานระบบเหล่านี้เร็วกว่าที่จะสามารถทดแทนได้”
— กรีเอโก กล่าว
(Photo by US CENTRAL COMMAND (CENTCOM) / AFP)





