ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะ ‘คว่ำบาตร’ รัสเซียอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ (22 ส.ค.) หากยังไม่มีความคืบหน้าในการหา ‘ข้อตกลงอย่างสันติ’ ในยูเครนภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของทรัมป์ที่มีต่อรัสเซีย เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากการพบปะกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่รัฐอะแลสก้า
“ผมจะตัดสินใจว่าเราจะทำอย่างไร และมันจะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก ซึ่งอาจจะเป็นการคว่ำบาตร หรือการเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ หรือทั้งสองอย่าง หรือเราอาจจะไม่ทำอะไรเลย แล้วบอกว่านี่คือความขัดแย้งของพวกคุณ”
— ทรัมป์ กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกอีกว่า เขาไม่พอใจที่รัสเซียโจมตีโรงงานของสหรัฐฯ ในยูเครนในสัปดาห์นี้ ซึ่งทำให้เกิดเพลิงไหม้และทำให้พนักงานบางส่วนของโรงงานได้รับบาดเจ็บ “ผมไม่พอใจกับเรื่องนี้ และไม่พอใจกับทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสงครามนี้” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ก็กล่าวเมื่อวันศุกร์ (22 ส.ค.) ว่า รัสเซียกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้เขาพบกับปูติน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า “วาระการประชุมดังกล่าวยังไม่พร้อม”
ทรัมป์กล่าวว่าเขาได้เริ่มจัดเตรียมการประชุมระหว่างปูตินและเซเลนสกีแล้ว หลังจากโทรศัพท์คุยกับผู้นำรัสเซียเมื่อวันจันทร์ (18 ส.ค.) ที่ผ่านมา และเซเลนสกีเองได้เรียกร้องให้ปูตินพบกับเขาหลายครั้ง โดยระบุว่า นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะเจรจายุติสงครามได้ พร้อมกล่าวหารัสเซียว่า “กำลังถ่วงเวลา”
“การประชุมครั้งนี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งของการยุติสงคราม และเนื่องจากพวกเขา (รัสเซีย) ไม่ต้องการยุติสงคราม พวกเขาจึงพยายามหาข้ออ้างเลี่ยงการประชุมนี้” เซเลนสกี กล่าว
เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย บอกกับสำนักข่าว NBC ว่า “ไม่มีวาระการประชุมสุดยอดเช่นนี้ ปูตินพร้อมที่จะพบกับเซเลนสกีก็ต่อเมื่อวาระการประชุมพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอด และวาระนี้ยังไม่พร้อมเลย”
แถลงการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงถ้อยคำที่รัสเซียยืนยันมาตลอดว่า “การประชุมระหว่างผู้นำจะเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่จะบรรลุเงื่อนไขบางประการ”
เมื่อนักข่าวถามทรัมป์ถึงคำตอบของลาฟรอฟและขั้นตอนต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร ทรัมป์ก็ตอบว่า “เราคงต้องรอดูกันต่อไป เรากำลังรอดูว่าปูตินและเซเลนสกีจะร่วมมือกันหรือไม่...”
ส่วนปูตินกล่าวระหว่างการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยนิวเคลียร์เมื่อวันศุกร์ (22 ส.ค.) ว่า “คุณสมบัติความเป็นผู้นำของทรัมป์จะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย...เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์มาถึง ผมคิดว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็จะปรากฏขึ้นในที่สุด และตอนนี้เราก็มีการประชุมที่ดี มีความหมาย และตรงไปตรงมามากในอะแลสก้า”
(Photo by CHIP SOMODEVILLA / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)




