ใหญ่กว่าจีน? ‘สหรัฐฯ’ พบแหล่งลิเธียมใหม่ คาดใหญ่ที่สุดในโลก!

12 ก.ย. 2566 - 13:34

  • นักธรณีวิทยาได้ค้นพบสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าอาจเป็นแหล่งสะสม ‘ลิเธียม’ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในภูเขาไฟยักษ์โบราณตามแนวชายแดนรัฐเนวาดา-โอเรกอน สหรัฐฯ

World_biggest_lithium_reservoir_found_SPACEBAR_Thumbnail_13b12c1d9e.jpeg
นักธรณีวิทยาได้ค้นพบสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าอาจเป็นแหล่งสะสม ‘ลิเธียม’ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในภูเขาไฟยักษ์ (supervolcano) โบราณตามแนวชายแดนเนวาดา-โอเรกอน สหรัฐฯ

ดินโคลนที่ปะปนโลหะมีค่ามากถึง 40 ล้านเมตริกตันถูกระบุพบทั่วปล่องภูเขาไฟ McDermitt ที่มีความยาว 28 ไมล์ ซึ่งมากเกือบ 2 เท่าของที่พบในประเทศโบลิเวีย ซึ่งครองสถิติมีแหล่งแร่ลิเธียมมากที่สุดมายาวนาน แม้ว่าปริมาณลิเธียมที่พบในครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการประมาณการ ไม่มีการขุดเจาะ แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีลิเธียมที่มีความเข้มข้นสูงในปล่องภูเขาไฟมาตั้งแต่ปี 1970

ในปี 2022 ราคาลิเธียมคาร์บอเนตเกรดแบตเตอรี่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 37,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 ล้านบาท) ต่อเมตริกตัน ซึ่งหมายความว่าลิเธียมบริเวณภูเขาไฟอาจมีมูลค่าอยู่ที่ 1.48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัท Lithium Americas Corporation ในแคนาดาวางแผนที่จะเริ่มการขุดโดยเร็วที่สุดในปี 2026 ซึ่งจะขุดในภูมิภาคนี้ไปอีก 40 ปีจากนั้นจึงถมกลับ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขุด และมีการอ้างว่าไซต์ดังกล่าวอยู่บนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมืองอเมริกัน

ลิเธียมเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับแบตเตอรี่ที่จ่ายไฟให้กับทุกสิ่งตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าและแผงโซลาร์เซลล์ และจีนครองตลาดมานานหลายทศวรรษ เนื่องจากกว่า 90% ที่ได้มานั้นได้รับการขุดพบในประเทศ

อนุก บอร์สต์ นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัย KU Leuven ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษานี้กล่าวกับ Chemistry World ว่า ถ้าเชื่อว่าการประมาณค่านี้เป็นจริง นี่เป็นแหล่งลิเธียมที่มีนัยสำคัญมาก มันสามารถเปลี่ยนแปลงพลวัตของลิเธียมทั่วโลก ในแง่ของราคา ความปลอดภัยของอุปทาน และภูมิรัฐศาสตร์

เชื่อกันว่าภูเขาไฟ McDermitt Caldera ก่อตัวเมื่อประมาณ 19 ล้านปีก่อน และปะทุครั้งสุดท้ายเมื่อ 16 ล้านปีก่อน นักธรณีวิทยาเชื่อว่าการปะทุได้ผลักแร่ธาตุจากพื้นดินขึ้นสู่พื้นผิว ซึ่งเหลือไว้เป็นดินเหนียวสเมกไทต์ที่อุดมด้วยลิเธียม รอยเลื่อนและการแตกหักยังเกิดขึ้นจากการระเบิดที่ทำให้ลิเธียมลอยขึ้นสู่พื้นผิวปล่องภูเขาไฟได้

ทีมงานแบ่งปันในการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Science Advances ว่า พวกเขาเลือกตัวอย่างหินดินเหนียวจาก McDerrmitt Caldera และพบว่ามีความเข้มข้นของลิเธียมสูงเช่นกัน

การขุดเจาะก่อนหน้านี้ใน Thacker Pass ของ Lithium Americas พบว่ามีลิเธียมคาร์บอเนตเทียบเท่า 13.7 ล้านตัน และก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักว่าเป็นแหล่งสะสมที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเพื่อระบุว่า ภูเขาไฟยักษ์แห่งใดมีแหล่งลิเธียมที่ดีที่สุด นักวิจัยได้วัดความเข้มข้นดั้งเดิมของลิเทียมในแมกมา เนื่องจากลิเธียมเป็นองค์ประกอบระเหยง่ายที่เปลี่ยนจากของแข็งเป็นของเหลว เป็นไอได้ง่าย จึงเป็นเรื่องยากที่จะวัดโดยตรง และไม่ทราบความเข้มข้นดั้งเดิมของลิเธียม ทีมงานจึงตรวจดูแมกมาชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่ในผลึกแทน

ข้อมูลจากฐานข้อมูล UN Comtrade พบว่า จีนถือเป็นอันดับหนึ่งในการนำเข้าแบตเตอรี่ในปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าการค้ารวม 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นแหล่งที่ได้รับความนิยมรองลงมา โดยแบตเตอรี่มูลค่า 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งหมดนี้นำเข้าไปยังสหรัฐฯ ในปี 2022

ข้อมูลจาก UN Comtrade เสนอว่า จะต้องใช้ลิเธียมประมาณหนึ่งล้านเมตริกตันเพื่อตอบสนองความต้องการทั่วโลกภายในปี 2040 ซึ่งเพิ่มขึ้น 8 เท่าจากการผลิตทั่วโลกในปี 2022

แม้ว่าการค้นพบนี้อาจเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ก็สร้างปัญหาให้กับชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันที่อ้างว่าดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชนเผ่าเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร People of the Red Mountain ซึ่งระบุว่ามีสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม 91 แห่งในพื้นที่

“การค้นหาลิเธียมทั่วโลกได้กลายเป็นรูปแบบหนึ่งของลัทธิล่าอาณานิคมสีเขียว” สมาชิกจาก Red Mountain กล่าวในแถลงการณ์เมื่อเดือนสิงหาคม

แม้ว่าลิเธียมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด แต่การแยกทองคำขาวอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อระบบนิเวศในระยะยาวได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์