บทวิเคราะห์จาก Nikkei Asia ระบุว่า การไม่เข้าร่วมประชุม G20 ที่อินเดียของสีจิ้นผิง ซึ่งปกติจะไปร่วมทุกครั้งนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการเมืองภายในประเทศของจีนกำลังวุ่นวาย
Nikkei Asia ระบุว่า เค้าลางของเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่การประชุม ‘เป่ยไต้เหอ’ ที่บรรดาผู้นำที่เกษียณแล้วของพรรคคอมมิวนิสต์จะมาร่วมหารือกันที่เมืองเป่ยไต้เหอในมณฑลเหอเป่ยเป็นประจำทุกปี ครั้งล่าสุด
ปกติแล้วการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการนี้ไม่เคยมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่รายละเอียดการพูดคุยกันของปีนี้เริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ โดยสรุปสั้นๆ ก็คือ การประชุมลับครั้งนี้ให้ความรู้สึกต่างไปจากการประชุมเมื่อ 10 ครั้งก่อนที่เริ่มขึ้นหลังจากสีจิ้นผิงก้าวขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2012
แหล่งข่าวเผยกับ Nikkei Asia ว่า การประชุมเป่ยไต้เหอปีนี้บรรดาผู้อาวุโสในพรรคต่างตำหนิสีจิ้นผิงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และตัวสีจิ้นผิงเองก็แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์นี้กับคนสนิทในภายหลัง
การประชุมเป่ยไต้เหอปีนี้ขาดผู้อาวุโสหลายคน อาทิ อดีตประธานาธิบดี เจียงเจ๋อหมิน ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และอดีตประธานาธิบดี หูจิ่นเทา ในวัย 80 ปีที่ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณชนนักหลังถูกพาออกจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นสถานการณ์ที่ดีกับสีจิ้นผิง แต่เรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้น
Nikkei Asia ระบุว่า ตอนนี้สถานการณ์ของจีนไม่ค่อยดีเท่าไร ทั้งเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่การเปิดประเทศในช่วงทศวรรษ 1970 ทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ที่โซซัดโซเซ ทั้งตัวเลขการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่สูงจนทางการต้องหยุดเผยแพร่ข้อมูล
นอกจากนี้ กองทัพยังตกอยู่ภายใต้ความโกลาหลหลังจากนายพล 2 คนของกองกำลังจรวดถูกปลดซึ่งมีข่าวออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม รวมทั้งการที่ ฉินกัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถูกถอดออกจากตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบ
ความวุ่นวายต่างๆ เหล่านี้ทำให้บรรดาผู้อาวุโสในพรรคคอมมิวนิสต์หลายคนเป็นกังวล
แหล่งข่าวหลายคนเผยกับ Nikkei Asia ว่า ก่อนการประชุมเป่ยไต้เหอ บรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้นได้เรียกประชุมหารือกันเองก่อนพื่อสรุปความคิดเห็นก่อนที่จะประชุมกับสีจิ้นผิง หลังจากนั้นผู้อาวุโสกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งจึงเดินทางไปยังเมืองเป่ยไต้เหอพื่อถ่ายทอดฉันทามติให้สีจิ้นผิงฟัง
ใจความสำคัญของข้อความเหล่านั้นคือ หากการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมยังวุ่นวายอยู่แบบนี้โดยไม่มีการใช้มาตรการที่ได้ผลมาจัดการ พรรคอาจสูญเสียแรงสนับสนุนจากประชาชน และเป็นอันตรายต่อการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ โดยเหล่าผู้อาวุโสชี้ว่าไม่ควรมีความวุ่นวายเกิดขึ้น
Nikkei Asia ระบุว่า ผู้อาวุโสคนสำคัญของพรรคคือ เจิงชิ่งหง อดีตรองประธานาธิบดีและเป็นหนึ่งในคนใกล้ชิดของอดีตประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิน เจิงมีบทบาทสำคัญในการกรุยทางให้สีจิ้นผิงให้ขึ้นมาสู่ตำแหน่งใหญ่ของพรรคได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันแม้ว่าจะอายุ 84 แล้วแต่เจิงยังมีอิทธิพลภายในพรรคและยังมีคอนเนคชันกว้างขวาง บางคนบอกว่าหลังเจียงเจ๋อหมินเสียชีวิต เจิงมีบทบาทมากกว่าเดิม
หลังจากถูกตำหนิอย่างแรงแบบไม่คาดคิดจากบรรดาผู้อาวุโส สีจิ้นผิงก็ไปรวมตัวกับคนใกล้ชิดที่เขาเคยเลื่อนขั้นให้นั่งตำแหน่งสำคัญ ซึ่งจากข้อมูลที่เริ่มหลุดออกมานั้น สีจิ้นผิงระบายความคับข้องใจกับคนเหล่านี้และโทษว่าผู้นำคนก่อนหน้าคือ เติ้งเสี่ยวผิง เจียงเจ๋อหมิน และหูจิ่นเทา ทิ้งภาระไว้ให้เขา และเป็นหน้าที่ของคนใกล้ชิดเหล่านี้ที่ต้องแก้ปัญหาที่เหลืออยู่
Nikkei Asia ระบุต่อว่า การตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุม G20 ของสีจิ้นผิงอาจเป็นเพราะเขาต้องการเลี่ยงการเสียหน้า เพราะอาจมีการพูดถึงเศรษฐกิจจีน
ก่อนจะไม่เข้าประชุม G20 สีจิ้นผิงก็ไม่เข้าร่วมการประชุมธุรกิจที่เป็นงานย่อยของการประชุมกลุ่มประเทศ BRICS ที่แอฟริกาใต้เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้หวังเหวินเทา รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ต้องอ่านสุนทรพจน์ของสีจิ้นผิงแทน
ขณะที่สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นนักการทูตต่างชาติกว่า 10 คนที่ประจำอยู่ในจีนว่า การไม่ไปประชุม G20 ของสีจิ้นผิงเป็นการยืนยันว่า จีนปิดประตูใส่ตะวันตกและพันธมิตร และว่าพวกเขายังเผชิญกับความยุ่งยากในการเข้าถึงเจ้าหน้าที่จีนและแหล่งข่าวอื่นๆ ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับจีน
ไรอัน นีแลม นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศที่เคยเป็นนักการทูตออสเตรเลียประจำฮ่องกงผยกับ Reuters ว่า ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำว่าภายใต้การปกครองที่เข้มงวดของรัฐบาลสีจิ้นผิง บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างระมัดระวังในการติดต่อกับผู้มีอำนาจจากต่างชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และนักการทูตระดับล่างไม่กล้าพูดนอกบท
แหล่งข่าวเผยว่า สำหรับนักการทูตตะวันตกหลายๆ คนในปักกิ่ง การเข้าถึงเจ้าหน้าที่จีน หรือแม้แต่นักวิชาการจากหน่วยงานคลังสมองที่เชื่อมโยงกับรัฐ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการอธิบายนโยบายของจีนให้โลกได้รับรู้ ลดลงเมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 และเมื่อมีการตกลงนัดหมายกันแล้ว เจ้าหน้าที่จีนก็จะยึดสคริปต์เป็นหลัก ขณะที่บางคนบอกว่าต้องเจอกับพฤติกรรมที่เป็นปรปักษ์จากนักวิชาการที่มีแนวคิดชาตินิยม
ซุนหยิน จากสถาบันคลังสมอง Stimson Center ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เผยกับ Reuters ว่า จีนใช้ประโยชน์จากการจำกัดการเข้าถึงหรือการไม่เข้าร่วมงานต่างๆ กับประเทศอื่นๆ ที่ไม่ลงรอยกัน
ที่มา:
-Analysis: Xi reprimanded by elders at Beidaihe over direction of nation
-Analysis: For foreign envoys in China, Xi’s G20 absence confirms worrying trend
Nikkei Asia ระบุว่า เค้าลางของเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่การประชุม ‘เป่ยไต้เหอ’ ที่บรรดาผู้นำที่เกษียณแล้วของพรรคคอมมิวนิสต์จะมาร่วมหารือกันที่เมืองเป่ยไต้เหอในมณฑลเหอเป่ยเป็นประจำทุกปี ครั้งล่าสุด
ปกติแล้วการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการนี้ไม่เคยมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่รายละเอียดการพูดคุยกันของปีนี้เริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ โดยสรุปสั้นๆ ก็คือ การประชุมลับครั้งนี้ให้ความรู้สึกต่างไปจากการประชุมเมื่อ 10 ครั้งก่อนที่เริ่มขึ้นหลังจากสีจิ้นผิงก้าวขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2012
แหล่งข่าวเผยกับ Nikkei Asia ว่า การประชุมเป่ยไต้เหอปีนี้บรรดาผู้อาวุโสในพรรคต่างตำหนิสีจิ้นผิงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และตัวสีจิ้นผิงเองก็แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์นี้กับคนสนิทในภายหลัง
การประชุมเป่ยไต้เหอปีนี้ขาดผู้อาวุโสหลายคน อาทิ อดีตประธานาธิบดี เจียงเจ๋อหมิน ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และอดีตประธานาธิบดี หูจิ่นเทา ในวัย 80 ปีที่ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณชนนักหลังถูกพาออกจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นสถานการณ์ที่ดีกับสีจิ้นผิง แต่เรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้น
Nikkei Asia ระบุว่า ตอนนี้สถานการณ์ของจีนไม่ค่อยดีเท่าไร ทั้งเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่การเปิดประเทศในช่วงทศวรรษ 1970 ทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ที่โซซัดโซเซ ทั้งตัวเลขการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่สูงจนทางการต้องหยุดเผยแพร่ข้อมูล
นอกจากนี้ กองทัพยังตกอยู่ภายใต้ความโกลาหลหลังจากนายพล 2 คนของกองกำลังจรวดถูกปลดซึ่งมีข่าวออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม รวมทั้งการที่ ฉินกัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถูกถอดออกจากตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบ
ความวุ่นวายต่างๆ เหล่านี้ทำให้บรรดาผู้อาวุโสในพรรคคอมมิวนิสต์หลายคนเป็นกังวล
แหล่งข่าวหลายคนเผยกับ Nikkei Asia ว่า ก่อนการประชุมเป่ยไต้เหอ บรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้นได้เรียกประชุมหารือกันเองก่อนพื่อสรุปความคิดเห็นก่อนที่จะประชุมกับสีจิ้นผิง หลังจากนั้นผู้อาวุโสกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งจึงเดินทางไปยังเมืองเป่ยไต้เหอพื่อถ่ายทอดฉันทามติให้สีจิ้นผิงฟัง
ใจความสำคัญของข้อความเหล่านั้นคือ หากการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมยังวุ่นวายอยู่แบบนี้โดยไม่มีการใช้มาตรการที่ได้ผลมาจัดการ พรรคอาจสูญเสียแรงสนับสนุนจากประชาชน และเป็นอันตรายต่อการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ โดยเหล่าผู้อาวุโสชี้ว่าไม่ควรมีความวุ่นวายเกิดขึ้น
Nikkei Asia ระบุว่า ผู้อาวุโสคนสำคัญของพรรคคือ เจิงชิ่งหง อดีตรองประธานาธิบดีและเป็นหนึ่งในคนใกล้ชิดของอดีตประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิน เจิงมีบทบาทสำคัญในการกรุยทางให้สีจิ้นผิงให้ขึ้นมาสู่ตำแหน่งใหญ่ของพรรคได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันแม้ว่าจะอายุ 84 แล้วแต่เจิงยังมีอิทธิพลภายในพรรคและยังมีคอนเนคชันกว้างขวาง บางคนบอกว่าหลังเจียงเจ๋อหมินเสียชีวิต เจิงมีบทบาทมากกว่าเดิม
หลังจากถูกตำหนิอย่างแรงแบบไม่คาดคิดจากบรรดาผู้อาวุโส สีจิ้นผิงก็ไปรวมตัวกับคนใกล้ชิดที่เขาเคยเลื่อนขั้นให้นั่งตำแหน่งสำคัญ ซึ่งจากข้อมูลที่เริ่มหลุดออกมานั้น สีจิ้นผิงระบายความคับข้องใจกับคนเหล่านี้และโทษว่าผู้นำคนก่อนหน้าคือ เติ้งเสี่ยวผิง เจียงเจ๋อหมิน และหูจิ่นเทา ทิ้งภาระไว้ให้เขา และเป็นหน้าที่ของคนใกล้ชิดเหล่านี้ที่ต้องแก้ปัญหาที่เหลืออยู่
Nikkei Asia ระบุต่อว่า การตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุม G20 ของสีจิ้นผิงอาจเป็นเพราะเขาต้องการเลี่ยงการเสียหน้า เพราะอาจมีการพูดถึงเศรษฐกิจจีน
ก่อนจะไม่เข้าประชุม G20 สีจิ้นผิงก็ไม่เข้าร่วมการประชุมธุรกิจที่เป็นงานย่อยของการประชุมกลุ่มประเทศ BRICS ที่แอฟริกาใต้เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้หวังเหวินเทา รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ต้องอ่านสุนทรพจน์ของสีจิ้นผิงแทน
ขณะที่สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นนักการทูตต่างชาติกว่า 10 คนที่ประจำอยู่ในจีนว่า การไม่ไปประชุม G20 ของสีจิ้นผิงเป็นการยืนยันว่า จีนปิดประตูใส่ตะวันตกและพันธมิตร และว่าพวกเขายังเผชิญกับความยุ่งยากในการเข้าถึงเจ้าหน้าที่จีนและแหล่งข่าวอื่นๆ ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับจีน
ไรอัน นีแลม นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศที่เคยเป็นนักการทูตออสเตรเลียประจำฮ่องกงผยกับ Reuters ว่า ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำว่าภายใต้การปกครองที่เข้มงวดของรัฐบาลสีจิ้นผิง บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างระมัดระวังในการติดต่อกับผู้มีอำนาจจากต่างชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และนักการทูตระดับล่างไม่กล้าพูดนอกบท
แหล่งข่าวเผยว่า สำหรับนักการทูตตะวันตกหลายๆ คนในปักกิ่ง การเข้าถึงเจ้าหน้าที่จีน หรือแม้แต่นักวิชาการจากหน่วยงานคลังสมองที่เชื่อมโยงกับรัฐ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการอธิบายนโยบายของจีนให้โลกได้รับรู้ ลดลงเมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 และเมื่อมีการตกลงนัดหมายกันแล้ว เจ้าหน้าที่จีนก็จะยึดสคริปต์เป็นหลัก ขณะที่บางคนบอกว่าต้องเจอกับพฤติกรรมที่เป็นปรปักษ์จากนักวิชาการที่มีแนวคิดชาตินิยม
ซุนหยิน จากสถาบันคลังสมอง Stimson Center ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เผยกับ Reuters ว่า จีนใช้ประโยชน์จากการจำกัดการเข้าถึงหรือการไม่เข้าร่วมงานต่างๆ กับประเทศอื่นๆ ที่ไม่ลงรอยกัน
ที่มา:
-Analysis: Xi reprimanded by elders at Beidaihe over direction of nation
-Analysis: For foreign envoys in China, Xi’s G20 absence confirms worrying trend




