แผนเสริมเขี้ยวเล็บยูเครน ตัวการ ‘ยกระดับ-ลากยาว’ การสู้รบ

3 ก.พ. 2566 - 10:51

  • เยอรมนีเห็นชอบจัดส่งรถถังเลพเพิร์ด 2 จำนวน 14 คัน และสหรัฐจัดส่งรถถังเอ็ม 1 เอบรัมส์ จำนวน 31 คันให้ยูเครน

  • นาโต เรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ให้ความสนับสนุนทางทหารให้แก่ยูเครนเพิ่มเติม

  • ปูตินเตรียมทำสงครามครั้งใหญ่กับนาโตก่อนวาระครบรอบ 1 ปี การบุกยูเครน เพื่อนำม่านเหล็กกลับคืนมา

  • มีความเป็นไปได้ว่ารัสเซียต้องการครอบครองดินแดนในยุโรปตะวันออกทั้งหมด

zelensky_pleads_for_more_weapons_faster_as_russia_ramps_up_attacks_SPACEBAR_Thumbnail_afbddfe86d.jpeg
ตอนนี้ชาติตะวันตกหลายประเทศและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) เร่งระดมความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครนให้ตั้งรับการโจมตีแบบรุกคืบของกองทัพรัสเซียให้นานที่สุดและดีที่สุด จนทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การกระทำแบบนี้ของสหรัฐฯ ชาติตะวันตก และนาโต้ จะเป็นการสุมไฟสงครามให้รุนแรงขึ้น และยังทำให้สถานการณ์การสู้รบดำเนินต่อไปหรือไม่ 

เมื่อวันอาทิตย์ (29 ม.ค.) ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ยืนยันว่า ยูเครนต้องการอาวุธใหม่และการจัดส่งอาวุธที่รวดเร็วขึ้นกว่านี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างยิ่งจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องของกองทัพรัสเซีย ในเขตปกครองโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศ 

“สถานการณ์ตอนนี้ยากลำบากอย่างยิ่ง บาคห์มุต วูห์เลดาร์ และพื้นที่อื่นๆ ในเขตปกครองโดเนตสก์ มีการโจมตีจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง มีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะเข้าทำลายแนวรับของเรา รัสเซียต้องการให้สงครามยืดเยื้อต่อไปและทำให้กองทัพของเราอ่อนแรงลง จึงจำเป็นต้องเร่งจัดหาอาวุธและเพิ่มทางเลือกของอาวุธรูปแบบใหม่ให้กับยูเครน" ปธน.เซเลนสกี กล่าว 

ทางการกรุงเคียฟ รายงานว่า การโจมตีครั้งล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นที่เมืองคาร์คิฟ เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของยูเครนที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยรัสเซียได้ยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ในเขตปกครองคาร์คิฟไว้ได้ตั้งแต่ช่วงต้นของสงครามที่ดำเนินมาเกือบปีนี้ จนกระทั่งฝ่ายยูเครนโต้กลับจนสามารถยึดคืนกลับมาได้เกือบหมดเมื่อเดือนส.ค.ของปีที่แล้ว 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การโจมตีเข้าใส่เมืองเคอร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 6 ราย โดยปธน.เซเลนสกี กล่าวว่า กองทัพรัสเซียยิงปืนใหญ่เข้าใส่เมืองนี้จนทำให้อาคารที่อยู่อาศัยหลายแห่ง โรงพยาบาล โรงเรียน สถานีรถโดยสาร ที่ทำการไปรษณีย์และธนาคารอย่างละแห่งได้รับความเสียหาย 

ปธน.เซเลนสกี ร้องขอให้เพิ่มการจัดส่งอาวุธหลังจากเยอรมนีและสหรัฐฯ ประกาศเป็นแกนนำกลุ่มประเทศที่เห็นชอบในการจัดส่งรถถังล้ำสมัยให้กับยูเครน และเมื่อเมื่อวันเสาร์ (28 ม.ค.) ปธน.เซเลนสกี บอกว่า ยูเครนต้องการระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีของกองทัพบก ซึ่งสหรัฐฯ ยังปฏิเสธที่จะจัดส่งระบบดังกล่าวให้ยูเครนในขณะนี้ 

ส่วนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนีจะไม่จัดส่งเครื่องบินรบให้กับยูเครน ในระหว่างที่รัฐบาลกรุงเคียฟยกระดับข้อเรียกร้องให้ชาติตะวันตกจัดส่งอาวุธที่ล้ำสมัยขึ้นในการต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย พร้อมทั้งเตือนถึงความเสี่ยงในการยกระดับความขัดแย้งกับรัฐบาลมอสโกว่า จะไม่มีสงครามระหว่างนาโตและรัสเซีย เยอรมนีจะไม่ยอมให้เกิดการยกระดับการสู้รบไปถึงขั้นนั้น 

แต่เมื่อวันพุธ (25 ม.ค.) เยอรมนีเห็นชอบจัดส่งรถถังเลพเพิร์ด 2 จำนวน 14 คัน และสหรัฐฯ จัดส่งรถถังเอ็ม 1 เอบรัมส์ จำนวน 31 คันให้ยูเครน
info_zelensky_pleads_for_more_weapons_faster_as_russia_ramps_up_attacks_5b950db4e0.jpeg
ด้านกระทรวงกลาโหมอังกฤษ เผยแพร่ข้อมูลของหน่วยข่าวกรองว่า รัสเซียเริ่มกลับมาใช้หลักสูตรการฝึกทหารเบื้องต้นในโรงเรียนมัธยมของรัสเซียอีกครั้ง หลังจากบรรจุเป็นหลักสูตรภาคบังคับในประเทศเมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว และบรรจุให้เป็นหลักสูตรบังคับสำหรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในรัสเซีย เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งกระทรวงกลาโหมอังกฤษมองว่า การกลับมาของหลักสูตรด้านการทหารในโรงเรียนรัสเซีย มีขึ้นเพื่อปลุกจิตวิญญาณสหภาพโซเวียตให้กลับคืนมาอีกครั้ง 

ส่วนเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต้ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ก่อนจะเดินทางไปญี่ปุ่นเป็นเป้าหมายต่อไป เรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ให้ความสนับสนุนทางทหารให้แก่ยูเครนเพิ่มเติม 

สโตลเทนเบิร์ก อ้างถึงการที่ประเทศต่างๆ ทั้งเยอรมนี สวีเดน และนอร์เวย์ ที่พากันปรับเปลี่ยนนโยบายจากเดิมที่ไม่ให้การสนับสนุนด้านอาวุธกับประเทศที่มีความขัดแย้งกัน โดยหันมาสนับสนุนด้านการทหารแก่ยูเครน 

“ผมขอเรียกร้องให้เกาหลีใต้ดำเนินการต่อและยกระดับการสนับสนุนทางทหารเป็นการเฉพาะ เพราะท้ายที่สุดแล้วจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเกาหลีใต้ แต่พันธมิตรนาโต้หลายคนก็ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายแล้วในขณะนี้” สโตลเทนเบิร์กกล่าว 

เลขาธิการนาโต้ บอกด้วยว่า  ถ้าไม่ต้องการเผด็จการและไม่ต้องการให้เผด็จการชนะ ต้องมีการเพิ่มอาวุธให้ยูเครนและสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือรัสเซียต้องไม่ชนะในสงครามครั้งนี้ และไม่เพียงแต่กับชาวยูเครนเท่านั้น แต่ต้องหลีกเลี่ยงการส่งสัญญานผิดๆ ไปยังผู้นำเผด็จการในประเทศต่างๆ รวมถึงปักกิ่ง 

คำกล่าวของเลขาธิการนาโต้ มีขึ้นในช่วงที่มีข่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เตรียมทำสงครามครั้งใหญ่กับนาโต้ ก่อนวาระครบรอบ 1 ปี การบุกยูเครน เพื่อนำม่านเหล็กกลับคืนมา 

เกรกอรี ยูดิน นักรัฐศาสตร์และนักสังคมวิทยาชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ให้สื่อหลายฉบับ ให้ความเห็นว่า ประธานาธิบดีปูติน กำลังเตรียมทำสงครามครั้งใหญ่กับนาโต้ เพื่อนำม่านเหล็กกลับคืนมาอีกครั้ง ถือเป็นความหมายเชิงสัญลักษณ์ของความขัดแย้งทางอุดมการณ์และพรมแดนเชิงกายภาพที่แบ่งทวีปยุโรปออกเป็นสองพื้นที่ 

คาดว่าปูตินเตรียมปฏิบัติการครั้งใหญ่ก่อนวาระครบรอบ 1 ปี การบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2022 โดยมีหลักฐานท่ามกลางความเป็นไปได้ว่าปูตินกำลัง
เตรียม “กลืน” ทั้งยูเครนและมอลโดวา ก่อนรุกคืบเข้าสู่ยุโรปเพื่อรื้อฟื้น “ม่านเหล็ก” ในสมัยสงครามเย็น 

และต้องการครอบครองดินแดนในยุโรปตะวันออกทั้งหมด นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด หลังประเทศสมาชิกนาโตตัดสินใจส่งรถถังช่วยยูเครนต้านทานการบุกจากกองทัพรัสเซีย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์